โครงการถวายพระพรออนไลน์เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทยได้ลงนามถวายพระพรออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.welovekingonline.com

ผลการคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราว

ผลการคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติงานโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2555

โครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม

สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้จัดทำสำมะโนธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ และสำมะโน อุตสาหกรรมทุก 10 ปี ตามข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้ประเทศมีข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญทางด้านธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าว แสดงบทความทั้งหมด

11 พฤษภาคม 2555

รมว.ไอซีที เปิดงานเสวนา “สำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม : คุณให้...ใครได้รับ?”



นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธานเปิดงานเสวนาระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการในหัวข้อ “สำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม : คุณให้...ใครได้รับ?” และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง สถิติและสารสนเทศกับการตัดสินใจเชิงนโยบาย ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ สำนักงานสถิติแห่งชาติ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้จัดงานเสวนาดังกล่าวขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงชี้แจงและทำความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการให้เห็นถึงความสำคัญของข้อมูลสถิติ ในฐานะที่ต้องเป็นผู้ให้ข้อมูลในการทำสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม อันเป็นบทบาทสำคัญทั้งของภาครัฐและเอกชน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะนำไปใช้ในการวางแผน กำหนดนโยบายและติดตามประเมินผลการพัฒนาในทุกระดับของประเทศไทย อีกทั้งเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 2-3 ปี ข้างหน้า

7 เมษายน 2555

สุรินทร์บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดงานประเพณีช่วงเทศการสงกรานต์ ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีพื้นบ้าน


นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์กำหนดจัดงาน “สมโภชหลักเมือง วันที่ระลึกพระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง วันทำบุญเพื่อแผ่นดินไทยและงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2555 ณ บริเวณศาลหลักเมืองสุรินทร์ ตลาดไนท์บาชาร์หน้าเทศบาลเมืองสุรินทร์ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จากวาง และเวทีไผทสมันต์ ระหว่างวันที่ 12 – 13 เม.ย. 2555

โดยวันที่ 12 เม.ย. มีพิธีบวงสรวงหลักเมืองสุรินทร์ ซึ่งเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่คู่ชาวสุรินทร์ และที่บริเวณถนนไอยราสุรินทร์ หน้าเทศบาลเมืองสุรินทร์ จัดกิจกรรมงานย้อนยุคเน้นย้ำแนวคิดอนุรักษ์ประเพณี ด้วยการ “ นุ่งผ้าไหม ใส่โสร่ง รำวงย้อนยุค “ พร้อมทั้งชมความสวยงามในศิลปะและความไพเราะของเพลงพื้นบ้าน กันตรึม เจรียงเบริน และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอื่นๆ อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านและบุฟเฟต์

วันที่ 13 เม.ย. ร่วมสำนึกความเป็นไทย ในพิธีทำบุญตักบาตร พิธีทำบุญเพื่อแผ่นดินไทย และพิธีวางพวงมาลาระลึกถึงพระยาสุรินทรภัคดีศรีณรงค์จางวาง ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง ชมขบวนแห่สงกรานต์รอบเมืองสุรินทร์ และร่วมเล่นน้ำสงกรานต์บนถนน “ อังกอล์มะลิ “ ข้าวหอมมะลิ ข้างสระน้ำวัดจุมพลสุทธาวาส และถนนไอยราสุรินทร์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ ถนนแห่งการสร้างจิตสำนึกในการยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีเล่นน้ำสงกรานต์แบบมีมิตรไมตรี และเตือนสติให้ทุกคนขับขี่รถมีวินัย เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุการจราจรในจังหวัดสุรินทร์ เป็นจุดโซนนิ่งเล่นน้ำสงกรานต์

5 เมษายน 2555

นิรมิตภูมิโปนเทวาลัยแห่งเจนลนคร


จังหวัดสุรินทร์โดยอำเภอสังขะ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลดม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอสังขะ กำหนดจัดงาน“ประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน” ประจำปี  2555  ขึ้นในวันที่  6-7 เมษายน  2555  ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งโบราณสถาน “ปราสาทภูมิโปน” ซึ่งเป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นผ่านการแสดงแสง สี เสียง “นิรมิตภูมิโปนเทวาลัยแห่งเจนลนคร” (กำเนิดเนียง ด็อฮฺ ธม)

นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า ปราสาทภูมิโปนเป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ประกอบด้วยโบราณสถาน  4 หลัง   โดย 3 หลังเป็นปรางค์ก่ออิฐมีหินทรายประกอบ อีกหลังหนึ่งเป็นศิลาแลง สันนิษฐานว่าสร้างในราวพุทธศตวรรษที่  12-13  ตามศิลปะแบบไพรกเมง จากการขุดแต่งพบชิ้นส่วนจารึก 1 ชิ้น ที่ปรางค์องค์ใหญ่ จารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ซึ่งนิยมใช้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-13  ประกอบกับลวดลายใบไม้ม้วนที่เหลืออยู่เป็นลวดลายแบบที่รับอิทธิพลมาจากศิลปะคุปตะรุ่นหลังของอินเดียรวมทั้งเทคนิควิธีการก่ออิฐที่ไม่ถือปูนแบบศิลปะขอมรุ่นเก่า กับการศึกษาลวดลายเสาประดับกรอบประตู นอกจากนี้ปราสาทภูมิโปนยังมีตำนานรักสามเศร้าของเนียง ด็อฮฺ ธม ที่ได้กล่าวถึงกษัตริย์ขอมองค์หนึ่งได้สร้างเมืองลับไว้กลางป่า ต่อมาเมื่อเมืองหลวงเกิดความไม่สงบมีข้าศึกมาประชิตเมือง กษัตริย์ขอมจึงส่งพระธิดาพร้อม   ไพร่พลจำนวนหนึ่งมาหลบซ่อนลี้ภัยที่ภูมิโปน พระธิดานั้นมีพระนามว่า พระนางศรีจันทร์ หรือ เนียง ด็อฮฺ ธม แปลว่า พระนางที่มีหน้าอกบวมงาม ด้วยกิตติศัพท์ความงามของนางเป็นที่โจษขานไปทั่ว จึงเป็นที่หมายปองของพระราชาเมืองต่างๆ ที่ต้องการพระนางมาเป็นพระชายา แต่แล้วก็มีชายหนุ่มเพียง  2 คน คือเจ้าชายโฮลมา แห่งเมืองโฮลมา และนายบุญจันทร์ ทหารคนสนิท ที่มีโอกาส   ได้ใกล้ชิดและสร้างสายสัมพันธ์กับพระนาง สุดท้ายแล้วพระนางศรีจันทร์ จะเลือกชายใดเป็นสามี และปริศนาของต้นลำเจียกที่ไม่เคยออกดอกจนเกิดเป็นตำนานปราสาทภูมิโปน “เนียง ด็อฮฺ ธม” ที่เล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดสุรินทร์โดยอำเภอสังขะ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลดม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอสังขะ กำหนดจัดงาน“ประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน” ประจำปี 2555  ขึ้นในวันที่  6-7  เมษายน 2555  ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ กิจกรรมภายในงานได้แก่ กิจกรรมวันผู้สูงอายุ (วันที่  6 เมษายน 2555 ) การแสดงแสง สี เสียง “นิรมิตภูมิโปนเทวาลัยแห่งเจนลนคร” (กำเนิดเนียง ด็อฮฺ ธม) ซึ่งปีนี้ได้รับเกียรติจากนายธัญญ์ ธนากร (ดารา/นักแสดง) ร่วมแสดงเป็นดารานำฝ่ายชายคู่กับ นางสาวไอริณณ์ มหรรทัศนพงฐ์ (ธิดาเมืองช้างสุรินทร์ประจำปี 2554) พิธีเซ่นไหว้พระภูมิเจ้าที่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีบวงสรวงองค์ปราสาท การเดินแบบแฟชั่นผ้าไหมพื้นเมืองสุรินทร์ ศึกยอดมวยไทยและชมภาพยนตร์ตลอดคืน  สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการปกครองอำเภอสังขะ โทร. 0 4457  1247   องค์การบริหารส่วนตำบลดม โทร. 0 4414 8266  และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ โทร. 0  4451 447 -8  E-mail : tatsurin@tat.or.th

4 เมษายน 2555

สุรินทร์ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง ในพื้นที่ 5 อำเภอ 42 ตำบล 551 หมู่บ้าน ราษฏรเดือดร้อนกว่า 3 แสนคน


นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้ออกประกาศจังหวัดสุรินทร์ ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ภัยแล้ง ในเขตจังหวัดสุรินทร์  รวม 5 อำเภอ  42 ตำบล 551 หมู่บ้าน  ได้แก่ อำเภอโนนนารายณ์  อำเภอสังขะ  อำเภอกาบเชิง  อำเภอปราสาท  และอำเภอบัวเชด

โดยในพื้นที่อำเภอโนนนารายณ์ ได้เกิดเหตุภัยแล้งในพื้นที่  หมู่ที่  1-8  ตำบลหนองหลวง , หมู่ที่  1-15  ตำบลโนน ,   หมู่ที่  1-13 ตำบลระเวียง , หมู่ที่  1-12 ตำบลคำผง  และหมู่ที่  1-20  ตำบลหนองเทพ  อำเภอ  โนนนารายณ์  จังหวัดสุรินทร์ รวมพื้นที่ประสบภัย  5  ตำบล 68 หมู่บ้าน  ราษฎรได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค   จำนวน  6,298  ครัวเรือน  35,368 คน

อำเภอสังขะเกิดภัยแล้งในพื้นที่ หมู่ที่  1-12  ตำบลดม , หมู่ที่  1-17  ตำบลสังขะ , หมู่ที่ 1-18  ตำบลตาตุม , หมู่ที่  1-21 ตำบลกระเทียม , หมู่ที่  1-14  ตำบลตาคง , หมู่ที่  1-13  ตำบลบ้านจารย์ , หมู่ที่  1-13 ตำบลเทพรักษา  อำเภอสังขะ  จังหวัดสุรินทร์  รวมพื้นที่ประสบภัย  7  ตำบล  108 หมู่บ้าน  เป็นเหตุให้ราษฎรขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร   โดยมีพื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย 4,760 ไร่  ราษฎรได้รับความเดือดร้อน  13,648 ครัวเรือน  63,554 คน

อำเภอกาบเชิงเกิดเหตุภัยแล้ง  ในพื้นที่หมู่ที่  1-20 ตำบลกาบเชิง , หมู่ที่  1-18 ตำบลด่าน  , หมู่ที่ 1-15 ตำบลแนงมุด , หมู่ที่  1-14  ตำบลโคกตะเคียน , หมู่ที่  1-10 ตำบลคูตัน  และหมู่ที่   1-9 ตำบลตะเคียน  อำเภอกาบเชิง  จังหวัดสุรินทร์  รวมพื้นที่ประสบภัยจำนวน  6  ตำบล 68  หมู่บ้าน  ราษฎรขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค   จำนวน  2,500  ครัวเรือน  43,700 คน

อำเภอปราสาท ได้เกิดเภัยแล้งในพื้นที่  หมู่ที่ 1-18 ตำบลกังแอน , หมู่ที่  1-18ตำบลโคกยาง  , หมู่ที่  1-19  ตำบลตาเบา , หมู่ที่  1-19  ตำบลโคกสะอาด , หมู่ที่  1-19 ตำบลปรือ , หมู่ที่  1-16 ตำบลหนองใหญ่ , หมู่ที่ 1-14  ตำบลบ้านพลวง , หมู่ที่  1-14  ตำบลโชคนาสาม , หมู่ที่   1-12  ตำบลไพล , หมู่ที่ 1-9  ตำบลประทัดบุ , หมู่ที่  1-11 ตำบลปราสาททนง , หมู่ที่  1-13 ตำบลทมอ , หมู่ที่  1-9 ตำบลบ้านไทร , หมู่ที่  1-8  ตำบลกันตวจระมวล , หมู่ที่  1-8  ตำบลสมุด , หมู่ที่  1-9  ตำบลตานี , หมู่ที่ 1-12  ตำบลเชื้อเพลิง  และหมู่ที่  1-11 ตำบลทุ่งมน  อำเภอปราสาท  จังหวัดสุรินทร์  รวมพื้นที่ประสบภัย จำนวน 18  ตำบล  239 หมู่บ้าน เป็นเหตุให้ราษฎรราษฎรได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค  36,737 ครัวเรือน   145,732 คน

อำเภอบัวเชดได้เกิดเหตุเกิดภัยแล้ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 1-10 ตำบลสำเภาลูน , หมู่ที่ 1-12  ตำบลสะเดา ,   หมู่ที่  1-10  ตำบลตาวัง , หมู่ที่  1-11  ตำบลอาโพน , หมู่ที่  1-12 ตำบลจรัส  และหมู่ที่  1-13  ตำบลบัวเชด  อำเภอบัวเชด  จังหวัดสุรินทร์  รวมพื้นที่ประสบภัยจำนวน  6  ตำบล 68 หมู่บ้าน  เป็นเหตุให้ราษฎรขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคและก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตร  ราษฎรได้รับความเดือดร้อน  จำนวน  9,860 ครัวเรือน  39,255  คน

20 มีนาคม 2555

ขอเชิญเที่ยวงานประเพณีขึ้นเขาสวาย เคาะระฆังพันใบ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วันที่ 23 มีนาคม 2555 ณ วนอุทยานพนมสวาย จังหวัดสุรินทร์


จังหวัดสุรินทร์ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมสำคัญ ซึ่งผูกพันกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนพื้นเมืองมาอย่างยาวนานแห่งหนึ่ง คือ “เขาสวาย” หรือ “พนมสวาย” ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาสวาย ในพื้นที่ตำบลนาบัวและตำบลสวาย อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 22 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเนินเขาเตี้ย ๆ ติดต่อกัน รอง ๆ บริเวณ มีเวิ้งน้ำใหญ่ ทิวทัศน์สวยงาม มีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด มียอดเขาที่สำคัญ 3 ยอด ยอดที่ 1 เรียกว่า ยอดเขาชาย(พนมเปร๊าะ) สูง 220 เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสุรินทรทรมงคลและระฆังมหากุศล 1,080 ใบ จาก 1,080 วัด ยอดที่ 2 เรียกว่ายอดเขาหญิง(พนมสรัย) สูง 210 เมตร เป็นที่ตั้งของวัดพนมศิลาราม ยอดเขาที่ 3 เรียกว่า เขาคอก (พนมกรอล) สูง 150 เมตร เป็นที่ตั้งศาลาอัฐฐะมุข ซึ่งเป็นอนุสรณ์ฉลองครบรอบ 200 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เพื่อประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง เขาสวาย มีความสำคัญต่อชาวสุรินทร์มาตั้งแต่โบราณกาล กล่าวคือ เมื่อถึงเดือนห้าของทุกปีบรรพบุรุษชาวสุรินทร์จะถือว่าเป็นงานประเพณีหยุดงาน ซึ่งการหยุดงานจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ตอมตู๊จ ซึ่งหมายถึงวันหยุดงานเหล็ก จะมีการหยุดงาน ทำงานเพียง 3 วัน นับตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 3 ค่ำ เดือนห้า ช่วงที่ 2 ช่วงตอมธม หมายถึง วันหยุดใหญ่ จะมีการหยุดทำงานทั้งหมด 7 วัน นับแต่วันแรม 1 ค่ำ ถึงวันแรม 7 ค่ำ เดือนห้า ซึ่งประเพณีการหยุดงานตามช่วงระยะเวลาดังกล่าว ชาวสุรินทร์มีความเชื่อว่า ต้องหยุดการทำงานทั้งหมด หากใครไม่หยุดทำงานก็จะมีอันเป็นไปและในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี ชาวจังหัดสุรินทร์จะร่วมมือร่วมใจจัดงานบุญประเพณีขึ้นเขาสวายขึ้น ประกอบกับวันดังกล่าวถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ 
          ดังนั้น ชาวสุรินทร์จะหยุดงานและพากันเดินทางไปขึ้นเขาสวายเพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลชีวิตต่อตนเองและครอบครัว สิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาสวายประกอบด้วย พระใหญ่หรือพระพุทธสิรนทรมงคล รอยพระพุทธบาทจำลอง อัฐิหลวงปู่ดุล อตุโล พระพุทธรูปองค์ดำ หลวงปู่สวน ปราสาทหินพนมสวาย ศาลเจ้าแม่กวนอิม เตาหินศักดิ์สิทธิ์ และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาปี 2551 จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราช โดยได้ดำเนินการจัดหาระฆัง จำนวน 1,080 ใบ จากวัดทุกวัดในจังหวัดสุรินทร์ และวัดสำคัญอีก 10 วัด นำไปติดตั้งบริเวณทางขึ้นบันไดไปนมัสการพระพุทธสุรินทรมงคล และบริเวณรอบ ๆ สถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ดุล อตุโล ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ สวยงาม ปรากฏต่อสื่อสาธาณะอย่างกว้างขวาง และคาดว่าน่าจะเป็นจำนวนมากที่สุดในโลกอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้เคาะระฆังเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

8 มีนาคม 2555

ขอเชิญร่วมงานกิจกรรมวันช้างไทยและร่วมเลี้ยงอาหารช้าง


นายธงชัย มุ่งเจริญพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า  คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 กำหนดให้วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็น “วันช้างไทย” เพื่อ เป็นการยกย่องให้เกียรติว่าช้างเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่อดีตถึง ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นช้างในธงชาติ หรือช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หรือช้างเป็นสัตว์คู่พระบารมีพระมหากษัตริย์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์จึงได้จัดงานวันช้างไทยขึ้นเป็นประจำทุกปี และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์  นับเป็นองค์กรหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการดูแลและอนุรักษ์ช้างสุรินทร์ รวมทั้งดำเนินการแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนผ่านโครงการ “นำช้างคืนถิ่นเพื่อพัฒนาสุรินทร์บ้านเกิด” เนื่องจากตระหนักว่าช้างเป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่งของประเทศ เป็นสัตว์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหัดสุรินทร์และประเทศไทยมานานกว่า 40 ปี สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลเข้ามาในประเทศสร้างเม็ดเงินให้แก่ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยตลอดมา
ดังนั้น เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณให้แก่ช้างไทยและยกย่องให้เกียรติช้างไทยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ จึงได้จัดงาน “วันช้างไทย” ขึ้น เป็นประจำทุกปี โดยจัดให้ตรงกับวันที่มติคณะรัฐมนตรีกำหนดนั่นคือ วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เพื่อยกย่องช้างไทยประกาศเกียรติคุณช้างไทย เพื่อสร้างความตระหนักให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เห็นความสำคัญของช้าง เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่หมอช้าง ควาญช้าง และช้างที่เสียชีวิตไปแล้ว  รวมทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์ศูนย์คชศึกษาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย  โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ได้จัดโต๊ะเลี้ยงอาหารช้างทุกเชือกในศูนย์คชศึกษา และได้จัดกิจกรรมในวันช้างไทย  เช่น  พิธีเซ่นไหว้ศาลปะกำ   พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่หมอช้าง ควาญช้าง และช้างที่เสียชีวิตไปแล้ว กิจกรรมประกาศเกียรติคุณช้างไทย/เลี้ยงอาหารช้าง  กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ของควาญช้าง/ประกาศเกียรติคุณควาญช้าง/หมอช้าง   กิจกรรมการรับบริจาคเงินช่วยเหลือช้างสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์
จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจทุกท่านร่วมกิจกรรมวันช้างไทย ในวันที่ 13 มีนาคม 2555 ณ ศาลาอเนกประสงค์ศูนย์ คชศึกษา บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ท่านจะได้ทัศนศึกษาเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับช้างไทยภายในพิพิธภัณฑ์ช้าง เพลิดเพลินไปกับการแสดงของช้างแสนรู้ นั่งแท็กซี่ช้างชมทัศนียภาพภายในศูนย์คชศึกษา ดูช้างเล่นน้ำที่วังทะลุ ตลอดจนร่วมทำบุญบริจาคอาหารช้างเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต 

ผลการคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราว โครงการ สธอ. 2555


ประกาศจังหวัดสุรินทร์
เรื่อง ผลการคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติงานโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๕๕
---------------------------------------

ตามที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นลูกจ้างชั่วคราวโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๕๕ ปฏิบัติงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเปิดรับสมัครทางระบบ Internet ผ่าน Website http://www.nso.go.th ระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕   และได้กำหนดการคัดเลือกโดยวิธีสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ ๑ - ๒ มีนาคม ๒๕๕๕ นั้น

บัดนี้ การดำเนินการคัดเลือกฯ ได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว จังหวัดสุรินทร์ จึงขอประกาศรายชื่อ   ผู้ผ่านการคัดเลือก และขึ้นบัญชีผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายประกาศนี้

ทั้งนี้ ขอแจ้งให้ผู้ผ่านการคัดเลือกได้ทราบตามรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ผ่านการคัดเลือกลำดับที่ ๑ - ๑๖   มารายงานตัว ในวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. ณ สำนักงานสถิติจังหวัดสุรินทร์
๒. ผู้ที่ไม่มารายงานตัวตามวัน เวลา ที่กำหนด จะถือว่าสละสิทธิ์
๓. บัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกนี้ใช้ได้ไม่เกิน ๒ ปี นับแต่วันประกาศนี้ แต่ถ้าหากมีการคัดเลือกในลักษณะเดียวกันนี้อีก และได้ขึ้นบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกใหม่แล้ว บัญชีนี้ถือเป็นอันยกเลิก

ดาวน์โหลด
ประกาศผลการคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราว

29 กุมภาพันธ์ 2555

สสช. เก็บข้อมูล E-Commerce เชิงรุก


นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกเก็บรวบรวมข้อมูล สถานภาพการพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย ระหว่างเดือนมีนาคม - พฤษภาคม ๒๕๕๕ นี้ พร้อมกัน

นายวิบูลย์ทัตฯ กล่าวว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติได้จัดทำการสำรวจสถานภาพการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพและพัฒนาการ ของการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ทั้งในเรื่องของประเภทธุรกิจที่ทำ จำนวนคนทำงาน การตลาด ผลประกอบการ การชำระเงิน การจัดส่งสินค้าตลอดจนปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะที่ต้องการ ให้ภาครัฐ เข้ามาช่วยเหลือสนับสนุน เพื่อนำไปใช้ในการวางแผน การกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพ ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถแข่งขันทางการค้าได้ในระดับสากล นอกจากนี้ยังใช้ประโยชน์ในการติดตามประเมินผลการพัฒนาที่ผ่านมา สำหรับภาคเอกชนสามารถใช้เป็นแนวทาง ในการขยายตลาด การปรับตัว และการแข่งขันให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

สำนักงานสถิติแห่งชาติขอความร่วมมือผู้ที่เป็นตัวอย่างของการสำรวจในครั้งนี้ให้ข้อมูลที่เป็นจริง แก่เจ้าหน้าที่ที่ไปพบและสัมภาษณ์ท่าน ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2555 นี้ ด้วย หากสงสัยสอบถามได้ที่ 0-2142-1234

28 กุมภาพันธ์ 2555

สำนักงานสถิติฯ ระดมเจ้าหน้าที่สำรวจการใช้เทคโนโลยี

นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกเก็บรวบรวมข้อมูลการมีการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารในสถานประกอบการ ระหว่างเดือนมีนาคม–พฤษภาคม พร้อมกันทั่วประเทศ

สำนักงานสถิติแห่งชาติในฐานะที่มีบทบาทเกี่ยวกับการผลิตข้อมูลสถิติเพื่อใช้ ในการพัฒนาประเทศ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีของภาคธุรกิจ จึงได้จัดทำโครงการสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในสถานประกอบการ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการทำธุรกิจ เช่น การมีการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต บุคลากรที่ปฏิบัติงานด้าน ICT ความต้องการจ้างบุคลากร ด้าน ICT ข้อจำกัดของการใช้ ICT และความต้องการของผู้ประกอบการในการให้ภาครัฐช่วยเหลือ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในการกำหนดนโยบาย วางแผน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในสถานประกอบการให้มีประสิทธิภาพ พัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบและมาตรการต่างๆ เพื่อให้เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในสถานประกอบการ สำหรับภาคเอกชน ผลจากการส่งเสริมและพัฒนาของภาครัฐ ทำให้สถานประกอบการสามารถลงทุนด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการขยายกิจการให้มากขึ้น และส่งผลให้มี การลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ของสถานประกอบการ

สำนักงานสถิติแห่งชาติขอความร่วมมือผู้ที่เป็นตัวอย่างของการสำรวจในครั้งนี้ให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่เจ้าหน้าที่ ที่ไปพบและสัมภาษณ์ท่านช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2555 นี้ ด้วย หากสงสัยสอบถามได้ที่ 0-2142-1234

7 ตุลาคม 2554

ก.ไอซีที แถลงความก้าวหน้าการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยฯ

ก.ไอซีที แถลงความก้าวหน้าการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยฯ ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี

นาวา อากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้แถลงความก้าวหน้าในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยฯ ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี ว่า ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรองรับเหตุฉุกเฉินของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร เพื่อทำหน้าที่ปฏิบัติและประสานงาน โดยมีรองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นประธาน และมีผู้แทนจาก กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)  บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมเป็นคณะทำงาน และมีผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เป็นเลขานุการ

นอกจากนี้ยังได้จัดผู้แทนจากกรมอุตุนิยมวิทยาและ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เข้าปฏิบัติงานที่ศูนย์สนับสนุนอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) ณ กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา เพื่อประสานติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ กำหนดข้อสั่งการพร้อมแจ้งเตือนภัยให้หน่วยงานต่างๆ  และประชาชนทราบ ตลอดจนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดเข้ารายงานตัวต่อผู้ว่าราชการ จังหวัดเพื่อปฏิบัติงานในส่วนการประมวลข้อมูลสถานการณ์และการช่วยเหลือ ประชาชน เพื่อรายงานรัฐบาลผ่าน ศอส.

“ในการดำเนินงานของกระทรวงฯ ได้ดำเนินการในลักษณะบูรณาการแบบ One Stop Service ตามมาตรการ 2P 2R คือ 1.ด้านการเฝ้าระวัง โดยได้ประสานการปฏิบัติและแลกเปลี่ยนข้อมูลการเตือนภัยกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องตลอดเวลา เพื่อเป็นข้อมูลในการแจ้งเตือน รวมทั้งได้เฝ้าระวังสภาวะอากาศและประเมินข้อมูลที่อาจจะเกิดผลกระทบต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการเตือนภัยล่วงหน้า และได้แจ้งข่าวในรูปของประกาศหรือการแจ้งเตือนผ่านหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งสื่อมวลชน วิทยุ-โทรทัศน์ รวมถึงข้อความสั้น (SMS) วิทยุสื่อสาร Social Network , website เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้ บมจ.ทีโอที และบมจ.กสทฯ ตรวจสอบและเตรียมความพร้อมโครงข่ายและเครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคมหลักให้ สามารถรองรับสถานการณ์ได้     ทุกพื้นที่ รวมทั้งวางระบบสื่อสารสำรองในภาวะฉุกเฉิน คือ ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมเคลื่อนที่ ในพื้นที่เฝ้าระวังเป็นการล่วงหน้า ตลอดจนได้ติดต่อซักซ้อมการแจ้งเตือนภัยระหว่างศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กับศูนย์เตือนภัยภาคประชาชน คือ ประชาชนผู้มีจิตอาสาและกลุ่มวิทยุสมัครเล่นเอาไว้ด้วย

2. ด้านการแจ้งเตือนภัย เมื่อมีความชัดเจนว่าจะเกิดภัยพิบัติ กรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จะติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกระชับความชัดเจนเกี่ยวกับลักษณะภัยและพื้นที่  พร้อมประเมินสถานการณ์เพื่อการแจ้งเตือนทุก 3 - 6 ชั่วโมง รวมถึงแจ้งผลการวิเคราะห์ผลกระทบในมิติของความรุนแรงและพื้นที่ ตลอดจนการคาดการณ์เพื่อประโยชน์    ในการบรรเทาและช่วยเหลือ รวมทั้งวางระบบการสื่อสารสำรองผ่านเครือข่ายประชาชนผู้มีจิตอาสาและวิทยุ สมัครเล่น ตามนโยบายการเตรียมพร้อมแห่งชาติเพื่อใช้ในพื้นที่วิกฤติที่ไม่สามารถติดต่อ สื่อสารด้วยเครือข่ายอื่นได้ รวมถึงเฝ้าระวังและติดตามเหตุการณ์ตลอด   24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังได้ประสานการบรรเทาภัยและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในกรณีที่การ ติดต่อระหว่างประชาชนกับหน่วยบรรเทา   สาธารณภัยมีปัญหาหรือไม่สามารถติดต่อกันได้ โดยการเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมงที่หมายเลข 192

3. ด้านการฟื้นฟู สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บมจ.ทีโอที บมจ.กสทฯ ได้สนับสนุนบุคลากรและเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือในการปรับปรุงและซ่อมแซม อุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ให้แก่หน่วยงานราชการและประชาชน ส่วนบจ.ไปรษณีย์ไทย ได้สนับสนุนการขนส่งสิ่งของในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ตลอดช่วงเวลา การบรรเทาและการฟื้นฟู นอกจากนั้นกระทรวงฯ ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานการบรรเทาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในกรณีที่การ ติดต่อมีปัญหา หรือไม่สามารถติดต่อระหว่างประชาชนกับหน่วยบรรเทาสาธารณภัยได้

4. ด้านการแก้ปัญหา กระทรวงฯ และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้กำกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต่างๆ เป็น 3 ลักษณะ คือ พื้นที่ประสบภัย ได้แก่ จ.อุตรดิตถ์  ได้กำกับดูแลการติดต่อสื่อสารโดยให้ บมจ.ทีโอที เข้าพื้นที่และวางระบบสื่อสารโทรศัพท์ทางสายเพื่อการติดต่อระหว่างเจ้า หน้าที่และประชาชนในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ได้ คือ บ้านต้นขนุน ตชด ๓๑๒ น้ำไผ่ น้ำปาด ห้วยคอม พร้อมทั้งวางระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายและ e-Conference ที่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้บางพื้นที่ที่สามารถดำเนินการ ได้ ส่วนศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ให้รับหน้าที่ติดต่อกับประชาชนและประสานงานกับหน่วยช่วยเหลือผ่านหมายเลข 192 รวมทั้งติดตามสถานการณ์เพื่อสนับสนุนหน่วยงานบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือ ประชาชน

พื้นที่เสี่ยงภัย คือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ได้ติดตามสถานการณ์น้ำฝนและน้ำในแม่น้ำ ลำห้วย เพื่อแจ้งพื้นที่ให้แจ้งเตือนภัยทางเครือข่าย “หอกระจายข่าว” และทางสัญญาณเตือนภัย โดยประสานงานตรงกับผู้รับผิดชอบในการบริหารสถานการณ์ ซึ่งขณะนี้น้ำ  ได้เอ่อล้นฝั่ง บางพื้นที่ได้ไหลเข้าท่วมแล้ว  และฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ส่วนบางพื้นที่ได้ปักธงแดง แสดงสถานการณ์อันตรายแล้ว

และ พื้นที่เฝ้าระวัง คือ ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน และภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ได้ติดตามสภาวะอากาศและปริมาณฝนซึ่งกำลังตกหนักในพื้นที่ จ.ระนอง จ.พังงา จ.สตูล และภาคใต้ตอนล่าง เพื่อประสานหน่วยงานในพื้นที่ให้เฝ้าระวัง รวมทั้งให้ผู้มีจิตอาสารีบรายงานสถานการณ์ตามช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลง และประสานงานบมจ.ทีโอที เตรียมเข้าพื้นที่เสี่ยงเพื่อเตรียมความพร้อมของเครือข่ายการติดต่อสื่อสาร สำรอง” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

29 กันยายน 2554

จังหวัดสุรินทร์ประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย 5 อำเภอ


จังหวัดสุรินทร์ประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัย 5 อำเภอ 16 ตำบล 89 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ สำโรงทาบ ท่าตูม ชุมพลบุรี และศรีณรงค์ ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน 5,305 ครัวเรือน นาข้าวเสียหาย 11,600 ไร่
          นายอำนวย จันทรัฐ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและฝายชลประทานขนาดกลางในเขตจังหวัดสุรินทร์ทั้ง 18 แห่ง ปริมาณน้ำวัดได้ 134.846 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือประมาณ ร้อยละ 92.95 ของความจุทั้งหมด 145.079 ล้าน ลบ.ม. โดยห้วยลำพอก อำเภอศีขรภูมิ ปริมาณน้ำวัดได้ 10.246 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำท่วมขังในบริเวณที่ลุ่มติดห้วยลำพอก อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว อำเภอรัตนบุรี มีน้ำท่วมในนาข้าวบริเวณที่ลุ่มต่ำ ห้วยทับทัน อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ มีน้ำท่วมขังบริเวณนาข้าวที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ตำบลสำโรงทาบและตำบลเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ ห้วยเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ มีน้ำท่วมขังบริเวณนาข้าวที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ ระดับน้ำแม่น้ำมูลขณะนี้ระดับน้ำล้นตลิ่งและเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรในบริเวณที่ลุ่มต่ำขยายเป็นวงกว้าง หากยังมีฝนในพื้นที่ประกอบกับการรับน้ำมาจากต้นน้ำจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ ซึ่งจะไหลมาสมทบกันที่แม่น้ำมูล คาดว่าน้ำอาจจะเอ่อท่วมเส้นทางการสัญจรและบ้านเรือนของประชาชนสร้างความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตและทรัพย์สิน ในพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี ท่าตูม รัตนบุรี สำหรับลำน้ำชีน้อยมีน้ำท่วมขังนาข้าวในบริเวณที่ลุ่มต่ำ คาดว่า หากยังมีฝนตกในพื้นที่ประกอบกับการรับน้ำมาจากที่อื่นจะทำให้มีปริมาณน้ำมาก และเอ่อท่วมพื้นที่นาข้าวขยายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลคอโค ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์
          สำหรับอำเภอที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 5 อำเภอ 16 ตำบล 89 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ สำโรงทาบ ท่าตูม ชุมพลบุรี และศรีณรงค์ ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน 5,305 ครัวเรือน นาข้าวเสียหาย 11,600 ไร่ ถนนเสียหาย 12 สาย ส่วนความเสียหายด้านการเกษตรนั้นจากการตรวจสอบพื้นที่ประสบอุทกภัย คาดว่า นาข้าวจะเสียหายอีกประมาณ 10,286 ไร่ และมันสำปะหลังเสียหายประมาณ 22,956 ไร่ ทั้งนี้ อำเภอท่าตูม มีพื้นที่ที่คาดว่าเสียหาย 4 ตำบล 14 หมู่บ้าน นาข้าวเสียหายประมาณ 4,581 ไร่ อำเภอสังขะพื้นที่ที่คาดว่าเสียหาย 6 ตำบล 34 หมู่บ้าน นาข้าวเสียหายประมาณ 5,253 ไร่ อำเภอสำโรงทาบ พื้นที่ที่คาดว่าเสียหาย 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน นาข้าวเสียหายประมาณ 455 ไร่ อำเภอกาบเชิงพื้นที่ที่คาดว่าเสียหาย 6 ตำบล 78 หมู่บ้าน ไร่มันสำปะหลังเสียหายประมาณ 22,956 ไร่ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ได้รับรายงานสถานการณ์อุทกภัยเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2554 ว่าอำเภอชุมพลบุรีขณะนี้ระดับน้ำแม่น้ำมูลเอ่อล้นตลิ่งและน้ำไหลเอ่อมาจากลำพลับพลา เอ่อท่วมพื้นที่นาข้าวขยายเป็นวงกว้างในพื้นที่ตำบลสระขุด เมืองบัว ยะวึก กระเบื้อง ศรีณรงค์ ชุมพลบุรี นาหนองไผ่ และหนองเรือ คาดว่านาข้าว เสียหาย 8,700 ไร่ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 3,500 ครัวเรือน และหากว่ายังมีฝนตกในพื้นที่ซึ่งจะทำให้น้ำปริมาณสูงขึ้นมากน้ำอาจจะเอ่อท่วมเส้นทางสัญจรและบ้านเรือนของประชาชน ทั้งนี้ อำเภอชุมพลบุรีได้เตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยจัดเตรียมกำลัง อปพร. จำนวน 500 นาย เรือท้องแบน 22 ลำ กระสอบทราย 4,000 กระสอบ ถุงยังชีพ 1,800 ถุง และอาสาปศุสัตว์ได้จัดเตรียมที่อพยพยสัตว์ไว้ที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว 
          สำหรับอำเภอท่าตูมมีปริมาณน้ำมากจากภาวะล้นตลิ่งของแม่น้ำมูลและน้ำไหลเอ่อจากลำพลับพลา เอ่อท่วมขังในพื้นที่นาข้าวของตำบลทุ่งกุลา พรมเทพ โพนครก หนองบัว บะ หนองเมธี และท่าตูม และน้ำเริ่มไหลเอ่อท่วมเส้นทางสัญจรแล้ว ส่วนอำเภอ รัตนบุรี น้ำที่เอ่อล้นมาจากระดับน้ำในแม่น้ำมูลล้นตลิ่งทำให้มีปริมาณน้ำมาก เอ่อท่วมพื้นที่นาข้าวบริเวณที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ตำบลทับใหญ่ หนองบัวทอง กุดขาคีม และดอนแรด คาดว่า ปริมาณน้ำจะสูงขึ้นเรื่อยๆ และเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรขยายวงกว้างมากขึ้น

28 กันยายน 2554

สสช. ส่งเจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลผู้ประสบเหตุอาชญากรรม

นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกเก็บข้อมูลผู้ประสบอาชญากรรม ระหว่างเดือนตุลาคม – ธันวาคม ๒๕๕๔ พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ 

ปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น มีรูปแบบที่หลากหลายและสลับซับซ้อนมากขึ้น หน่วยงานภาครัฐยังขาดข้อมูลที่จำเป็นในการกำหนดยุทธศาสตร์ เพื่อนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ การสำรวจในครั้งนี้เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ถูกกระทำในอาชญากรรมพื้นฐานต่างๆ ๔ ประเภท ได้แก่ การถูกกระทำต่อทรัพย์สินของตนเอง/ครอบครัว การถูกกระทำต่อชีวิต/ร่างกาย การถูกกระทำทางเพศ และการถูกกระทำเกี่ยวกับข้อมูล/เอกสารส่วนตัว เพื่อให้ภาครัฐและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมได้มีข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจ ปรับปรุงนโยบาย และติดตามประเมินผลการดำเนินงาน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไปของผู้ถูกกระทำเวลา สถานที่ ความเสียหาย และผลกระทบจากการถูกกระทำ การรายงานเหตุต่อเจ้าหน้าที่ การติดต่อหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งลักษณะของผู้กระทำผิด เช่น การรู้จักกับผู้ถูกกระทำ และการเป็นสมาชิกแก๊งหรือกลุ่มอันธพาล เป็นต้น สำนักงานสถิติแห่งชาติขอความร่วมมือผู้ตอบสัมภาษณ์โปรดให้ข้อมูลที่เป็นจริงโดยข้อมูลที่ได้รับจะถูกเก็บเป็นความลับ และจะนำเสนอผลสำรวจในภาพรวมเท่านั้น นายวิบูลย์ทัต กล่าว

27 กันยายน 2554

ก.ไอซีที อัพเกรดโปรแกรมเฝ้าระวังภัยแฝงจากการใช้อินเทอร์เน็ตไม่เหมาะสม


นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยถึง โครงการจัดการดูแลและเฝ้าระวังภัยแฝงจากการใช้อินเทอร์เน็ตที่ไม่เหมาะสม ว่า หลังจากที่กระทรวงไอซีที ได้ดำเนินโครงการจัดทำโปรแกรมเฮ้าส์คีปเปอร์ เพื่อป้องกันภัยแฝงจากการใช้อินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ และเกมคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสม พบว่าได้รับการตอบรับจากหน่วยงาน สถานศึกษา คณาจารย์ พ่อแม่ ผู้ปกครอง และประชาชนที่สนใจเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้แสดงความจำนงขอโปรแกรมไปใช้งานมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมทั้งยังมีการเรียกร้องขอให้มีการดูแลและปรับปรุงโปรแกรมให้ทันสมัย  อยู่เสมอ เพื่อที่ผู้ปกครองและโรงเรียนต่างๆ จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการป้องกันสื่อออนไลน์ที่ไม่เหมาะสมและดูแลการใช้งานคอมพิวเตอร์ของเยาวชน
            “กระทรวงฯ เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวมีประโยชน์ต่อสังคมและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรงเรียน สถานศึกษา และเยาวชนที่เป็นผู้ใช้คอมพิวเตอร์ จึงได้จัดทำโครงการปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพ จัดการดูแลระบบ และเผยแพร่แนวทางป้องกันภัยแฝงจากการใช้อินเทอร์เน็ตที่ไม่เหมาะสมสำหรับ ประชาชนทั่วประเทศขึ้น โดยมุ่งหวังให้เกิดการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ความรู้ กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวและสร้างภูมิคุ้มกันภัยที่แฝงมากับการใช้เครื่อง คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต พร้อมทั้งขยายผลการดำเนินการให้ประชาชนโดยทั่วไปมีโอกาสได้เข้าถึงมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีเครื่องมือสำหรับใช้ป้องกันเยาวชนและตนเองจากเว็บไซต์ที่ ไม่เหมาะสมต่างๆ รวมถึงมีแหล่งเครื่องมือ และสามารถเข้าถึงช่องทางการดาวน์โหลดเครื่องมือป้องกันตนเองและบุตรหลานจาก ภัยแฝงทางอินเทอร์เน็ตได้  เพื่อให้เยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพสามารถสร้าง สรรค์สังคมที่ดีได้ต่อไป” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว
           การจัดทำโครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงกระบวนการและขั้นตอนการดูแลเฝ้า ระวังให้เหมาะกับการใช้งาน และมีฐานข้อมูลที่ทันสมัย โดยกระทรวงฯ ได้ปรับปรุงโปรแกรมเฮ้าส์คีปเปอร์ เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานมากขึ้น พร้อมเพิ่มสมรรถนะของกระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงานให้ทันสมัย และเหมาะสมกับการใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (32bit) ได้แก่ XP, Vista และ Windows 7 เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับบราวเซอร์ต่างๆ ในปัจจุบัน เช่น IE, Firefox และ Chrome ได้ รวมทั้งสามารถปรับปรุงข้อมูลรายการเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมเพิ่มเติมได้ด้วย
           น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “กระทรวงฯ ได้จัดทำโปรแกรมดังกล่าวเพื่อแจกจ่ายสำหรับการใช้งานจำนวน 10,000 ชุด และจะมีการจัดสัมมนาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลความรู้สู่ประชาชน รวมทั้งกระตุ้นให้รู้ถึงภัยแฝงและการป้องกันตนจากการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือ อินเทอร์เน็ตที่ไม่เหมาะสมสำหรับประชาชนและสถานศึกษาทั่วประเทศ  โดยหวังว่าโครงการฯ นี้ จะช่วยให้เกิดเครือข่ายป้องกันเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมของภาคประชาชนและภาครัฐ ในรูปแบบสมัครใจ ซึ่งจะเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งและเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด” 


คุณสมบัติโปรแกรม

  • ป้องกันการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ผู้ดูแลสามารถกำหนดเพิ่มได้เอง โดยสามารถกำหนด รูปแบบให้เหมาะสม สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์แต่ละคนได้
  • กำหนดเวลาใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน โดยสามารถระบุตารางเวลา แยกเป็นตารางเวลาใช้งานอินเทอร์เน็ต และตารางเวลาการใช้งานโปรแกรม
  • กำหนดให้สามารถบันทึกประวัติการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน เก็บไว้ได้ และยังสามารถกำหนดให้ส่งประวัติการใช้งานดังกล่าวไปยังอีเมลที่ระบุไว้ได้ อีกด้วย
  • ป้องกันการเข้าไปแก้ไขข้อมูลที่ไม่ควรถูกเปิดเผย เช่น ประวัติการใช้งานข้อมูลเว็บไซต์หรือโปรแกรมที่ถูกจำกัดการใช้งาน รวมไปถึงป้องกันการถอดถอนโปรแกรม
  • กำหนดการใช้งานของโปรแกรมต่างๆ โดยสามารถที่จะระบุว่าผู้ใช้แต่ละคนสามารถใช้งานโปรแกรมได้หรือไม่

ดาวน์โหลดโปรแกรม
Download โปรแกรมเฮาส์คีปเปอร์ 2011
Beta Version 1.0

7 กันยายน 2554

มหกรรมข้าวหอมมะลิไทย

กระทรวงพาณิชย์ ร่วม จ.สุรินทร์ กำหนดจัดงาน “มหกรรมข้าวหอมมะลิไทย” 9-10 ก.ย.นี้ พร้อมเชิญเอกอัครราชทูต 31 ประเทศ พร้อมผู้นำเข้า-ส่งออกข้าวหอมมะลิตลาดต่างประเทศ และผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศมาร่วมงานอย่างยิ่งใหญ่ นำร่องครั้งแรกที่ จ.สุรินทร์
      
        นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ มหกรรมข้าวหอมมะลิไทย E-san Thai Hom Mali Rice Convention : Surin ” มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 ก.ย. 2554 นี้ ณ โรงแรมทองธารินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์
      
       นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จ.สุรินทร์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ จัดงานมหกรรมข้าวหอมมะลิไทย ไทย E-san Thai Hom Mali Rice Convention : Surin ขึ้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพการตลาดข้าวหอมมะลิไทย ภายใต้โครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าภายในประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน ปี 2554 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ด้านคุณภาพข้าวและ มาตรฐานข้าวหอมมะลิไทย และเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดข้าวหอมมะลิไทย โดยได้เชิญเอกอัครราชทูตประเทศ ที่นำเข้าข้าวหอมมะลิไทย จำนวน 31 ประเทศ , ผู้นำเข้าข้าวหอมมะลิในต่างประเทศ , ผู้ส่งออกข้าวไปต่างประเทศ และผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศมาร่วมงานด้วย
      
       ในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การแสดงและจำหน่ายข้าวหอมะลิของทุกจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด และอีก 3 จังหวัดภาคเหนือ คือ เชียงใหม่ เชียงราย และพะเยา นอกจากนั้นยังมีการเจรจาจับคู่ธุรกิจ , การแสดงนิทรรศการ , การแสดง แสง สี เสียง , การจัดเยี่ยมชมการเพาะปลูกในแปลงนา และการแปรรูปข้าวหอมมะลิที่โรงสีข้าว รวมทั้งการจัดเสวนาแนวทางการพัฒนาการผลิตและการตลาดข้าวหอมมะลิไทย ในหัวข้อ “ข้าวหอมมะลิไทยก้าวอย่างไรให้ยั่งยืน” เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นการจัดงานมหกรรมข้าวหอมมะลิไทยนำร่องในระดับประเทศขึ้นครั้ง แรกที่ จ.สุรินทร์

3 กันยายน 2554

งานผ้าไหมนครชัยบุรินทร์สืบสานตำนานไหมอีสานใต้

จังหวัดสุรินทร์ เชิญเที่ยวงานผ้าไหมนครชัยบุรินทร์สืบสานตำนานไหมอีสานใต้ 7 – 11 กันยายน นี้ ณ บริเวณลานจอดรถ สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์

นายกสิณ นวลโคกสูง พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์ กำหนดการจัดแสดงและจำหน่ายผ้าไหมระดับภูมิภาคอาเซียน “ASEAN Silk Heritage” ภายใต้ชื่องาน “ผ้าไหมนครชัยบุรินทร์ สืบสานตำนานไหมอีสานใต้” ระหว่างวันที่ 7 – 11 กันยายน 2554 ณ บริเวณลานจอดรถ สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ (สวนใหม่ อบจ.) เพื่อยกระดับการพัฒนาศักยภาพทางการตลาดและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการไหมในกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ให้เป็นที่รู้จัก รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนากระบวนการผลิตผ้าไหมให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าไหมที่สำคัญในประเทศต่อไป พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ในงานดังกล่าว กลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการไหมในกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ คือ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 มี 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ได้นำผลิตภัณฑ์จากไหมร่วมจัดแสดงและจำหน่วยกว่า 100 บูธ เป็นแบบบูธติดแอร์ ภายในบริเวณจัดงาน โดยมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ การจัดนิทรรศการแสดงถึงวัฒนธรรมไหมสุรินทร์ ผ้าไหมในราชสำนัก ผ้าไหมชาติพันธุ์สุรินทร์(เขมร,ลาว,กูย) ผ้าไหมกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ วิวัฒนาการไหม และการส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าไหมไทย การจัดแสดงวิวัฒนาการไหม และการส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าไหมไทยในกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ การจัดบูธแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไหมของกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ และบูธแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ประเภทอื่นที่มีชื่อเสียง และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมอีสานใต้

14 มิถุนายน 2554

'สถิติ' ปรับเวลาทำสำมะโนธุรกิจ นำร่องไอทีเก็บข้อมูลก่อนใช้จริง

       สำนักงานสถิติแห่งชาติ ปรับเวลาจัดทำสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรมลงเหลือ 5 ปี อัปเดตข้อมูลธุรกิจเพื่อประโยชน์ของประเทศ ยืนยันข้อมูลไม่รั่วไหล วอนเอกชนร่วมทำงานเพื่อชาติ พร้อมนำร่องใช้ระบบ e - Service และ e - Questionnaire เก็บข้อมูล 
        นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ (คนกลาง) ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดทำสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาในจัดทำสำมะโนธุรกิจและ อุตสาหกรรมจากเดิมที่จัดทำทุกๆ 10 ปี ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติ มาเป็น 5 ปีแทน เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต มีผลให้โครงสร้างของธุรกิจการค้า การบริการและการผลิตเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะภาคการผลิตที่มีบทบาทอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจของไทย โดยมีมูลค่าผลผลิตประมาณ 2 ใน 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือจีดีพีในแต่ละปี ก่อให้เกิดการจ้างแรงงานถึงประมาณ 5.8 ล้านคน ในขณะที่ภาคธุรกิจการค้าและบริการก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน เพราะมีมูลค่าผลผลิตประมาณ 1 ใน 5 ของจีดีพี มีการจ้างงานประมาณ 10 ล้านคน
     
       'สถิติและสารสนเทศเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของการประกอบการดังกล่าว จึงมีความจำเป็นสำหรับภาครัฐและเอกชนในการกำหนดนโยบายในการเพิ่มขีดความ สามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลกอย่างยิ่ง'
     
       ในช่วงปีระหว่างการจัดทำสำมะโน หน่วยงานต่างๆ จะต้องใช้ข้อมูลสำมะโนธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ ปี 2545 และสำมะโนอุตสาหกรรม ปี 2550 มาเป็นฐานในการคำนวณ เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปีหรือ 10 ปี โครงสร้างด้านเศรษฐกิจ มีการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะภาคการผลิต และการดำเนินธุรกิจการค้าและบริการเพื่อให้ได้ฐานข้อมูลชุดใหม่มาใช้งาน มิฉะนั้นอาจทำให้การประมาณการผิดทิศทาง เกิดความคลาดเคลื่อนสูงและขาดความเชื่อมั่น ในการนำไปจัดทำตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การจัดทำบัญชีประชาชาติของประเทศ (GDP) ดัชนีอุตสาหกรรมการผลิต ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาขายปลีก ตารางปัจจัยการผลิตของประเทศ เป็นต้น
     
       สำหรับการลงพื้นที่ในปี 2555 นี้ ทางสำนักงานฯ ได้แบ่งขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูลออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรก ระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิ้นเดือนมิถุนายน โดยมีเจ้าหน้าที่ในนาม คุณมาดี ที่สวมเสื้อโปโลสีส้มจำนวน 1,500 คน เพื่อลงพื้นที่ สัมภาษณ์ผู้ประกอบการทั่วประเทศจัดทำสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรมเกี่ยวกับ ประเภทของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งทางด้านธุรกิจการค้าไม่ว่าจะค้าปลีกหรือค้า ส่ง ธุรกิจทางการบริการ การผลิต การก่อสร้าง การขนส่งทางบกและสถานที่เก็บสินค้า กิจกรรมด้านข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร และโรงพยาบาลเอกชน ส่วนในระยะที่ 2 ที่จะทำในปี 2555 นั้น จะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลรายละเอียด โดยจะสอบถามจากสถานประกอบการเฉพาะที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการค้าปลีก-ค้า ส่ง การบริการและการผลิต
     
       นายวิบูลย์ทัต กล่าวเพิ่มเติมว่า การ เปลี่ยนแปลงอีกหนึ่งอย่างซึ่งเรียกว่าเป็นมิติใหม่ของการทำสำมะโนก็ว่าได้ นั่นคือ การนำระบบ e - Service และ e - Questionnaire มาใช้ในบางพื้นที่เป็นการนำร่องเพื่อประเมินตามความเหมาะสมของระบบ ไม่ว่าจะเป็นผลดีผลเสีย และความสามารถในการลดขั้นตอน เวลา ค่าใช้จ่าย ข้อผิดพลาด รวมทั้งความสามารถในการประมวลผลเป็นรายวัน หากได้ผลดีก็จะขยายพื้นที่ต่อไป
     
       การนำเทคโนโลยีมาใช้จะทำให้การจัดทำสำมะโนมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นจากการลงพื้นที่ทำสำมะโนในปีนี้ก็ยังคงมี เหมือนครั้งก่อนๆ คือ บางพื้นที่น้ำท่วม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่เพราะอย่างไรก็ตามยังสามารถดำเนินงานคืบหน้าไปได้ เกือบ 70% แล้ว
     
       'แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมาก คือ สถานประกอบการบางแห่งยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลมากนัก บางแห่งเกรงว่าข้อมูลที่ให้ไปจะเกิดการรั่วไหล จึงขอให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ให้มาจะไม่รั่วไหล ไม่เกี่ยวพันกับข้อกฎหมาย และไม่โยงใยเรื่องภาษี ข้อมูลรายสถานประกอบการจะถูกเก็บเป็นความลับ ไม่มีการนำไปเปิดเผยอย่างแน่นอน เพราะสำนักงานสถิติแห่งชาติจะนำไปประมวลเป็นยอดรวมทางสถิติและเสนอผลใน ภาพรวมเท่านั้น'


ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...