โครงการถวายพระพรออนไลน์เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทยได้ลงนามถวายพระพรออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.welovekingonline.com

ผลการคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราว

ผลการคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติงานโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2555

โครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม

สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้จัดทำสำมะโนธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ และสำมะโน อุตสาหกรรมทุก 10 ปี ตามข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้ประเทศมีข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญทางด้านธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเมืองสุรินทร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเมืองสุรินทร์ แสดงบทความทั้งหมด

7 เมษายน 2555

สุรินทร์บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดงานประเพณีช่วงเทศการสงกรานต์ ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีพื้นบ้าน


นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์กำหนดจัดงาน “สมโภชหลักเมือง วันที่ระลึกพระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง วันทำบุญเพื่อแผ่นดินไทยและงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2555 ณ บริเวณศาลหลักเมืองสุรินทร์ ตลาดไนท์บาชาร์หน้าเทศบาลเมืองสุรินทร์ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จากวาง และเวทีไผทสมันต์ ระหว่างวันที่ 12 – 13 เม.ย. 2555

โดยวันที่ 12 เม.ย. มีพิธีบวงสรวงหลักเมืองสุรินทร์ ซึ่งเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่คู่ชาวสุรินทร์ และที่บริเวณถนนไอยราสุรินทร์ หน้าเทศบาลเมืองสุรินทร์ จัดกิจกรรมงานย้อนยุคเน้นย้ำแนวคิดอนุรักษ์ประเพณี ด้วยการ “ นุ่งผ้าไหม ใส่โสร่ง รำวงย้อนยุค “ พร้อมทั้งชมความสวยงามในศิลปะและความไพเราะของเพลงพื้นบ้าน กันตรึม เจรียงเบริน และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอื่นๆ อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านและบุฟเฟต์

วันที่ 13 เม.ย. ร่วมสำนึกความเป็นไทย ในพิธีทำบุญตักบาตร พิธีทำบุญเพื่อแผ่นดินไทย และพิธีวางพวงมาลาระลึกถึงพระยาสุรินทรภัคดีศรีณรงค์จางวาง ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง ชมขบวนแห่สงกรานต์รอบเมืองสุรินทร์ และร่วมเล่นน้ำสงกรานต์บนถนน “ อังกอล์มะลิ “ ข้าวหอมมะลิ ข้างสระน้ำวัดจุมพลสุทธาวาส และถนนไอยราสุรินทร์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ ถนนแห่งการสร้างจิตสำนึกในการยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีเล่นน้ำสงกรานต์แบบมีมิตรไมตรี และเตือนสติให้ทุกคนขับขี่รถมีวินัย เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุการจราจรในจังหวัดสุรินทร์ เป็นจุดโซนนิ่งเล่นน้ำสงกรานต์

5 เมษายน 2555

นิรมิตภูมิโปนเทวาลัยแห่งเจนลนคร


จังหวัดสุรินทร์โดยอำเภอสังขะ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลดม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอสังขะ กำหนดจัดงาน“ประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน” ประจำปี  2555  ขึ้นในวันที่  6-7 เมษายน  2555  ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งโบราณสถาน “ปราสาทภูมิโปน” ซึ่งเป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นผ่านการแสดงแสง สี เสียง “นิรมิตภูมิโปนเทวาลัยแห่งเจนลนคร” (กำเนิดเนียง ด็อฮฺ ธม)

นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า ปราสาทภูมิโปนเป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ประกอบด้วยโบราณสถาน  4 หลัง   โดย 3 หลังเป็นปรางค์ก่ออิฐมีหินทรายประกอบ อีกหลังหนึ่งเป็นศิลาแลง สันนิษฐานว่าสร้างในราวพุทธศตวรรษที่  12-13  ตามศิลปะแบบไพรกเมง จากการขุดแต่งพบชิ้นส่วนจารึก 1 ชิ้น ที่ปรางค์องค์ใหญ่ จารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ซึ่งนิยมใช้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-13  ประกอบกับลวดลายใบไม้ม้วนที่เหลืออยู่เป็นลวดลายแบบที่รับอิทธิพลมาจากศิลปะคุปตะรุ่นหลังของอินเดียรวมทั้งเทคนิควิธีการก่ออิฐที่ไม่ถือปูนแบบศิลปะขอมรุ่นเก่า กับการศึกษาลวดลายเสาประดับกรอบประตู นอกจากนี้ปราสาทภูมิโปนยังมีตำนานรักสามเศร้าของเนียง ด็อฮฺ ธม ที่ได้กล่าวถึงกษัตริย์ขอมองค์หนึ่งได้สร้างเมืองลับไว้กลางป่า ต่อมาเมื่อเมืองหลวงเกิดความไม่สงบมีข้าศึกมาประชิตเมือง กษัตริย์ขอมจึงส่งพระธิดาพร้อม   ไพร่พลจำนวนหนึ่งมาหลบซ่อนลี้ภัยที่ภูมิโปน พระธิดานั้นมีพระนามว่า พระนางศรีจันทร์ หรือ เนียง ด็อฮฺ ธม แปลว่า พระนางที่มีหน้าอกบวมงาม ด้วยกิตติศัพท์ความงามของนางเป็นที่โจษขานไปทั่ว จึงเป็นที่หมายปองของพระราชาเมืองต่างๆ ที่ต้องการพระนางมาเป็นพระชายา แต่แล้วก็มีชายหนุ่มเพียง  2 คน คือเจ้าชายโฮลมา แห่งเมืองโฮลมา และนายบุญจันทร์ ทหารคนสนิท ที่มีโอกาส   ได้ใกล้ชิดและสร้างสายสัมพันธ์กับพระนาง สุดท้ายแล้วพระนางศรีจันทร์ จะเลือกชายใดเป็นสามี และปริศนาของต้นลำเจียกที่ไม่เคยออกดอกจนเกิดเป็นตำนานปราสาทภูมิโปน “เนียง ด็อฮฺ ธม” ที่เล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดสุรินทร์โดยอำเภอสังขะ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลดม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอสังขะ กำหนดจัดงาน“ประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน” ประจำปี 2555  ขึ้นในวันที่  6-7  เมษายน 2555  ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ กิจกรรมภายในงานได้แก่ กิจกรรมวันผู้สูงอายุ (วันที่  6 เมษายน 2555 ) การแสดงแสง สี เสียง “นิรมิตภูมิโปนเทวาลัยแห่งเจนลนคร” (กำเนิดเนียง ด็อฮฺ ธม) ซึ่งปีนี้ได้รับเกียรติจากนายธัญญ์ ธนากร (ดารา/นักแสดง) ร่วมแสดงเป็นดารานำฝ่ายชายคู่กับ นางสาวไอริณณ์ มหรรทัศนพงฐ์ (ธิดาเมืองช้างสุรินทร์ประจำปี 2554) พิธีเซ่นไหว้พระภูมิเจ้าที่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีบวงสรวงองค์ปราสาท การเดินแบบแฟชั่นผ้าไหมพื้นเมืองสุรินทร์ ศึกยอดมวยไทยและชมภาพยนตร์ตลอดคืน  สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการปกครองอำเภอสังขะ โทร. 0 4457  1247   องค์การบริหารส่วนตำบลดม โทร. 0 4414 8266  และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ โทร. 0  4451 447 -8  E-mail : tatsurin@tat.or.th

4 เมษายน 2555

สุรินทร์ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง ในพื้นที่ 5 อำเภอ 42 ตำบล 551 หมู่บ้าน ราษฏรเดือดร้อนกว่า 3 แสนคน


นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้ออกประกาศจังหวัดสุรินทร์ ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ภัยแล้ง ในเขตจังหวัดสุรินทร์  รวม 5 อำเภอ  42 ตำบล 551 หมู่บ้าน  ได้แก่ อำเภอโนนนารายณ์  อำเภอสังขะ  อำเภอกาบเชิง  อำเภอปราสาท  และอำเภอบัวเชด

โดยในพื้นที่อำเภอโนนนารายณ์ ได้เกิดเหตุภัยแล้งในพื้นที่  หมู่ที่  1-8  ตำบลหนองหลวง , หมู่ที่  1-15  ตำบลโนน ,   หมู่ที่  1-13 ตำบลระเวียง , หมู่ที่  1-12 ตำบลคำผง  และหมู่ที่  1-20  ตำบลหนองเทพ  อำเภอ  โนนนารายณ์  จังหวัดสุรินทร์ รวมพื้นที่ประสบภัย  5  ตำบล 68 หมู่บ้าน  ราษฎรได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค   จำนวน  6,298  ครัวเรือน  35,368 คน

อำเภอสังขะเกิดภัยแล้งในพื้นที่ หมู่ที่  1-12  ตำบลดม , หมู่ที่  1-17  ตำบลสังขะ , หมู่ที่ 1-18  ตำบลตาตุม , หมู่ที่  1-21 ตำบลกระเทียม , หมู่ที่  1-14  ตำบลตาคง , หมู่ที่  1-13  ตำบลบ้านจารย์ , หมู่ที่  1-13 ตำบลเทพรักษา  อำเภอสังขะ  จังหวัดสุรินทร์  รวมพื้นที่ประสบภัย  7  ตำบล  108 หมู่บ้าน  เป็นเหตุให้ราษฎรขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร   โดยมีพื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย 4,760 ไร่  ราษฎรได้รับความเดือดร้อน  13,648 ครัวเรือน  63,554 คน

อำเภอกาบเชิงเกิดเหตุภัยแล้ง  ในพื้นที่หมู่ที่  1-20 ตำบลกาบเชิง , หมู่ที่  1-18 ตำบลด่าน  , หมู่ที่ 1-15 ตำบลแนงมุด , หมู่ที่  1-14  ตำบลโคกตะเคียน , หมู่ที่  1-10 ตำบลคูตัน  และหมู่ที่   1-9 ตำบลตะเคียน  อำเภอกาบเชิง  จังหวัดสุรินทร์  รวมพื้นที่ประสบภัยจำนวน  6  ตำบล 68  หมู่บ้าน  ราษฎรขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค   จำนวน  2,500  ครัวเรือน  43,700 คน

อำเภอปราสาท ได้เกิดเภัยแล้งในพื้นที่  หมู่ที่ 1-18 ตำบลกังแอน , หมู่ที่  1-18ตำบลโคกยาง  , หมู่ที่  1-19  ตำบลตาเบา , หมู่ที่  1-19  ตำบลโคกสะอาด , หมู่ที่  1-19 ตำบลปรือ , หมู่ที่  1-16 ตำบลหนองใหญ่ , หมู่ที่ 1-14  ตำบลบ้านพลวง , หมู่ที่  1-14  ตำบลโชคนาสาม , หมู่ที่   1-12  ตำบลไพล , หมู่ที่ 1-9  ตำบลประทัดบุ , หมู่ที่  1-11 ตำบลปราสาททนง , หมู่ที่  1-13 ตำบลทมอ , หมู่ที่  1-9 ตำบลบ้านไทร , หมู่ที่  1-8  ตำบลกันตวจระมวล , หมู่ที่  1-8  ตำบลสมุด , หมู่ที่  1-9  ตำบลตานี , หมู่ที่ 1-12  ตำบลเชื้อเพลิง  และหมู่ที่  1-11 ตำบลทุ่งมน  อำเภอปราสาท  จังหวัดสุรินทร์  รวมพื้นที่ประสบภัย จำนวน 18  ตำบล  239 หมู่บ้าน เป็นเหตุให้ราษฎรราษฎรได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค  36,737 ครัวเรือน   145,732 คน

อำเภอบัวเชดได้เกิดเหตุเกิดภัยแล้ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 1-10 ตำบลสำเภาลูน , หมู่ที่ 1-12  ตำบลสะเดา ,   หมู่ที่  1-10  ตำบลตาวัง , หมู่ที่  1-11  ตำบลอาโพน , หมู่ที่  1-12 ตำบลจรัส  และหมู่ที่  1-13  ตำบลบัวเชด  อำเภอบัวเชด  จังหวัดสุรินทร์  รวมพื้นที่ประสบภัยจำนวน  6  ตำบล 68 หมู่บ้าน  เป็นเหตุให้ราษฎรขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคและก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตร  ราษฎรได้รับความเดือดร้อน  จำนวน  9,860 ครัวเรือน  39,255  คน

20 มีนาคม 2555

ขอเชิญเที่ยวงานประเพณีขึ้นเขาสวาย เคาะระฆังพันใบ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วันที่ 23 มีนาคม 2555 ณ วนอุทยานพนมสวาย จังหวัดสุรินทร์


จังหวัดสุรินทร์ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมสำคัญ ซึ่งผูกพันกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนพื้นเมืองมาอย่างยาวนานแห่งหนึ่ง คือ “เขาสวาย” หรือ “พนมสวาย” ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาสวาย ในพื้นที่ตำบลนาบัวและตำบลสวาย อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 22 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเนินเขาเตี้ย ๆ ติดต่อกัน รอง ๆ บริเวณ มีเวิ้งน้ำใหญ่ ทิวทัศน์สวยงาม มีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด มียอดเขาที่สำคัญ 3 ยอด ยอดที่ 1 เรียกว่า ยอดเขาชาย(พนมเปร๊าะ) สูง 220 เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสุรินทรทรมงคลและระฆังมหากุศล 1,080 ใบ จาก 1,080 วัด ยอดที่ 2 เรียกว่ายอดเขาหญิง(พนมสรัย) สูง 210 เมตร เป็นที่ตั้งของวัดพนมศิลาราม ยอดเขาที่ 3 เรียกว่า เขาคอก (พนมกรอล) สูง 150 เมตร เป็นที่ตั้งศาลาอัฐฐะมุข ซึ่งเป็นอนุสรณ์ฉลองครบรอบ 200 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เพื่อประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง เขาสวาย มีความสำคัญต่อชาวสุรินทร์มาตั้งแต่โบราณกาล กล่าวคือ เมื่อถึงเดือนห้าของทุกปีบรรพบุรุษชาวสุรินทร์จะถือว่าเป็นงานประเพณีหยุดงาน ซึ่งการหยุดงานจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ตอมตู๊จ ซึ่งหมายถึงวันหยุดงานเหล็ก จะมีการหยุดงาน ทำงานเพียง 3 วัน นับตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 3 ค่ำ เดือนห้า ช่วงที่ 2 ช่วงตอมธม หมายถึง วันหยุดใหญ่ จะมีการหยุดทำงานทั้งหมด 7 วัน นับแต่วันแรม 1 ค่ำ ถึงวันแรม 7 ค่ำ เดือนห้า ซึ่งประเพณีการหยุดงานตามช่วงระยะเวลาดังกล่าว ชาวสุรินทร์มีความเชื่อว่า ต้องหยุดการทำงานทั้งหมด หากใครไม่หยุดทำงานก็จะมีอันเป็นไปและในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี ชาวจังหัดสุรินทร์จะร่วมมือร่วมใจจัดงานบุญประเพณีขึ้นเขาสวายขึ้น ประกอบกับวันดังกล่าวถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ 
          ดังนั้น ชาวสุรินทร์จะหยุดงานและพากันเดินทางไปขึ้นเขาสวายเพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลชีวิตต่อตนเองและครอบครัว สิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาสวายประกอบด้วย พระใหญ่หรือพระพุทธสิรนทรมงคล รอยพระพุทธบาทจำลอง อัฐิหลวงปู่ดุล อตุโล พระพุทธรูปองค์ดำ หลวงปู่สวน ปราสาทหินพนมสวาย ศาลเจ้าแม่กวนอิม เตาหินศักดิ์สิทธิ์ และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาปี 2551 จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราช โดยได้ดำเนินการจัดหาระฆัง จำนวน 1,080 ใบ จากวัดทุกวัดในจังหวัดสุรินทร์ และวัดสำคัญอีก 10 วัด นำไปติดตั้งบริเวณทางขึ้นบันไดไปนมัสการพระพุทธสุรินทรมงคล และบริเวณรอบ ๆ สถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ดุล อตุโล ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ สวยงาม ปรากฏต่อสื่อสาธาณะอย่างกว้างขวาง และคาดว่าน่าจะเป็นจำนวนมากที่สุดในโลกอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้เคาะระฆังเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

8 มีนาคม 2555

ขอเชิญร่วมงานกิจกรรมวันช้างไทยและร่วมเลี้ยงอาหารช้าง


นายธงชัย มุ่งเจริญพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า  คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 กำหนดให้วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็น “วันช้างไทย” เพื่อ เป็นการยกย่องให้เกียรติว่าช้างเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่อดีตถึง ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นช้างในธงชาติ หรือช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หรือช้างเป็นสัตว์คู่พระบารมีพระมหากษัตริย์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์จึงได้จัดงานวันช้างไทยขึ้นเป็นประจำทุกปี และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์  นับเป็นองค์กรหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการดูแลและอนุรักษ์ช้างสุรินทร์ รวมทั้งดำเนินการแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนผ่านโครงการ “นำช้างคืนถิ่นเพื่อพัฒนาสุรินทร์บ้านเกิด” เนื่องจากตระหนักว่าช้างเป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่งของประเทศ เป็นสัตว์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหัดสุรินทร์และประเทศไทยมานานกว่า 40 ปี สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลเข้ามาในประเทศสร้างเม็ดเงินให้แก่ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยตลอดมา
ดังนั้น เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณให้แก่ช้างไทยและยกย่องให้เกียรติช้างไทยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ จึงได้จัดงาน “วันช้างไทย” ขึ้น เป็นประจำทุกปี โดยจัดให้ตรงกับวันที่มติคณะรัฐมนตรีกำหนดนั่นคือ วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เพื่อยกย่องช้างไทยประกาศเกียรติคุณช้างไทย เพื่อสร้างความตระหนักให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เห็นความสำคัญของช้าง เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่หมอช้าง ควาญช้าง และช้างที่เสียชีวิตไปแล้ว  รวมทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์ศูนย์คชศึกษาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย  โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ได้จัดโต๊ะเลี้ยงอาหารช้างทุกเชือกในศูนย์คชศึกษา และได้จัดกิจกรรมในวันช้างไทย  เช่น  พิธีเซ่นไหว้ศาลปะกำ   พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่หมอช้าง ควาญช้าง และช้างที่เสียชีวิตไปแล้ว กิจกรรมประกาศเกียรติคุณช้างไทย/เลี้ยงอาหารช้าง  กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ของควาญช้าง/ประกาศเกียรติคุณควาญช้าง/หมอช้าง   กิจกรรมการรับบริจาคเงินช่วยเหลือช้างสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์
จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจทุกท่านร่วมกิจกรรมวันช้างไทย ในวันที่ 13 มีนาคม 2555 ณ ศาลาอเนกประสงค์ศูนย์ คชศึกษา บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ท่านจะได้ทัศนศึกษาเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับช้างไทยภายในพิพิธภัณฑ์ช้าง เพลิดเพลินไปกับการแสดงของช้างแสนรู้ นั่งแท็กซี่ช้างชมทัศนียภาพภายในศูนย์คชศึกษา ดูช้างเล่นน้ำที่วังทะลุ ตลอดจนร่วมทำบุญบริจาคอาหารช้างเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต 

29 กันยายน 2554

จังหวัดสุรินทร์ประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย 5 อำเภอ


จังหวัดสุรินทร์ประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัย 5 อำเภอ 16 ตำบล 89 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ สำโรงทาบ ท่าตูม ชุมพลบุรี และศรีณรงค์ ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน 5,305 ครัวเรือน นาข้าวเสียหาย 11,600 ไร่
          นายอำนวย จันทรัฐ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและฝายชลประทานขนาดกลางในเขตจังหวัดสุรินทร์ทั้ง 18 แห่ง ปริมาณน้ำวัดได้ 134.846 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือประมาณ ร้อยละ 92.95 ของความจุทั้งหมด 145.079 ล้าน ลบ.ม. โดยห้วยลำพอก อำเภอศีขรภูมิ ปริมาณน้ำวัดได้ 10.246 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำท่วมขังในบริเวณที่ลุ่มติดห้วยลำพอก อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว อำเภอรัตนบุรี มีน้ำท่วมในนาข้าวบริเวณที่ลุ่มต่ำ ห้วยทับทัน อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ มีน้ำท่วมขังบริเวณนาข้าวที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ตำบลสำโรงทาบและตำบลเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ ห้วยเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ มีน้ำท่วมขังบริเวณนาข้าวที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ ระดับน้ำแม่น้ำมูลขณะนี้ระดับน้ำล้นตลิ่งและเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรในบริเวณที่ลุ่มต่ำขยายเป็นวงกว้าง หากยังมีฝนในพื้นที่ประกอบกับการรับน้ำมาจากต้นน้ำจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ ซึ่งจะไหลมาสมทบกันที่แม่น้ำมูล คาดว่าน้ำอาจจะเอ่อท่วมเส้นทางการสัญจรและบ้านเรือนของประชาชนสร้างความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตและทรัพย์สิน ในพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี ท่าตูม รัตนบุรี สำหรับลำน้ำชีน้อยมีน้ำท่วมขังนาข้าวในบริเวณที่ลุ่มต่ำ คาดว่า หากยังมีฝนตกในพื้นที่ประกอบกับการรับน้ำมาจากที่อื่นจะทำให้มีปริมาณน้ำมาก และเอ่อท่วมพื้นที่นาข้าวขยายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลคอโค ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์
          สำหรับอำเภอที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 5 อำเภอ 16 ตำบล 89 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ สำโรงทาบ ท่าตูม ชุมพลบุรี และศรีณรงค์ ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน 5,305 ครัวเรือน นาข้าวเสียหาย 11,600 ไร่ ถนนเสียหาย 12 สาย ส่วนความเสียหายด้านการเกษตรนั้นจากการตรวจสอบพื้นที่ประสบอุทกภัย คาดว่า นาข้าวจะเสียหายอีกประมาณ 10,286 ไร่ และมันสำปะหลังเสียหายประมาณ 22,956 ไร่ ทั้งนี้ อำเภอท่าตูม มีพื้นที่ที่คาดว่าเสียหาย 4 ตำบล 14 หมู่บ้าน นาข้าวเสียหายประมาณ 4,581 ไร่ อำเภอสังขะพื้นที่ที่คาดว่าเสียหาย 6 ตำบล 34 หมู่บ้าน นาข้าวเสียหายประมาณ 5,253 ไร่ อำเภอสำโรงทาบ พื้นที่ที่คาดว่าเสียหาย 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน นาข้าวเสียหายประมาณ 455 ไร่ อำเภอกาบเชิงพื้นที่ที่คาดว่าเสียหาย 6 ตำบล 78 หมู่บ้าน ไร่มันสำปะหลังเสียหายประมาณ 22,956 ไร่ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ได้รับรายงานสถานการณ์อุทกภัยเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2554 ว่าอำเภอชุมพลบุรีขณะนี้ระดับน้ำแม่น้ำมูลเอ่อล้นตลิ่งและน้ำไหลเอ่อมาจากลำพลับพลา เอ่อท่วมพื้นที่นาข้าวขยายเป็นวงกว้างในพื้นที่ตำบลสระขุด เมืองบัว ยะวึก กระเบื้อง ศรีณรงค์ ชุมพลบุรี นาหนองไผ่ และหนองเรือ คาดว่านาข้าว เสียหาย 8,700 ไร่ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 3,500 ครัวเรือน และหากว่ายังมีฝนตกในพื้นที่ซึ่งจะทำให้น้ำปริมาณสูงขึ้นมากน้ำอาจจะเอ่อท่วมเส้นทางสัญจรและบ้านเรือนของประชาชน ทั้งนี้ อำเภอชุมพลบุรีได้เตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยจัดเตรียมกำลัง อปพร. จำนวน 500 นาย เรือท้องแบน 22 ลำ กระสอบทราย 4,000 กระสอบ ถุงยังชีพ 1,800 ถุง และอาสาปศุสัตว์ได้จัดเตรียมที่อพยพยสัตว์ไว้ที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว 
          สำหรับอำเภอท่าตูมมีปริมาณน้ำมากจากภาวะล้นตลิ่งของแม่น้ำมูลและน้ำไหลเอ่อจากลำพลับพลา เอ่อท่วมขังในพื้นที่นาข้าวของตำบลทุ่งกุลา พรมเทพ โพนครก หนองบัว บะ หนองเมธี และท่าตูม และน้ำเริ่มไหลเอ่อท่วมเส้นทางสัญจรแล้ว ส่วนอำเภอ รัตนบุรี น้ำที่เอ่อล้นมาจากระดับน้ำในแม่น้ำมูลล้นตลิ่งทำให้มีปริมาณน้ำมาก เอ่อท่วมพื้นที่นาข้าวบริเวณที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ตำบลทับใหญ่ หนองบัวทอง กุดขาคีม และดอนแรด คาดว่า ปริมาณน้ำจะสูงขึ้นเรื่อยๆ และเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรขยายวงกว้างมากขึ้น

7 กันยายน 2554

มหกรรมข้าวหอมมะลิไทย

กระทรวงพาณิชย์ ร่วม จ.สุรินทร์ กำหนดจัดงาน “มหกรรมข้าวหอมมะลิไทย” 9-10 ก.ย.นี้ พร้อมเชิญเอกอัครราชทูต 31 ประเทศ พร้อมผู้นำเข้า-ส่งออกข้าวหอมมะลิตลาดต่างประเทศ และผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศมาร่วมงานอย่างยิ่งใหญ่ นำร่องครั้งแรกที่ จ.สุรินทร์
      
        นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ มหกรรมข้าวหอมมะลิไทย E-san Thai Hom Mali Rice Convention : Surin ” มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 ก.ย. 2554 นี้ ณ โรงแรมทองธารินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์
      
       นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จ.สุรินทร์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ จัดงานมหกรรมข้าวหอมมะลิไทย ไทย E-san Thai Hom Mali Rice Convention : Surin ขึ้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพการตลาดข้าวหอมมะลิไทย ภายใต้โครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าภายในประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน ปี 2554 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ด้านคุณภาพข้าวและ มาตรฐานข้าวหอมมะลิไทย และเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดข้าวหอมมะลิไทย โดยได้เชิญเอกอัครราชทูตประเทศ ที่นำเข้าข้าวหอมมะลิไทย จำนวน 31 ประเทศ , ผู้นำเข้าข้าวหอมมะลิในต่างประเทศ , ผู้ส่งออกข้าวไปต่างประเทศ และผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศมาร่วมงานด้วย
      
       ในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การแสดงและจำหน่ายข้าวหอมะลิของทุกจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด และอีก 3 จังหวัดภาคเหนือ คือ เชียงใหม่ เชียงราย และพะเยา นอกจากนั้นยังมีการเจรจาจับคู่ธุรกิจ , การแสดงนิทรรศการ , การแสดง แสง สี เสียง , การจัดเยี่ยมชมการเพาะปลูกในแปลงนา และการแปรรูปข้าวหอมมะลิที่โรงสีข้าว รวมทั้งการจัดเสวนาแนวทางการพัฒนาการผลิตและการตลาดข้าวหอมมะลิไทย ในหัวข้อ “ข้าวหอมมะลิไทยก้าวอย่างไรให้ยั่งยืน” เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นการจัดงานมหกรรมข้าวหอมมะลิไทยนำร่องในระดับประเทศขึ้นครั้ง แรกที่ จ.สุรินทร์

3 กันยายน 2554

งานผ้าไหมนครชัยบุรินทร์สืบสานตำนานไหมอีสานใต้

จังหวัดสุรินทร์ เชิญเที่ยวงานผ้าไหมนครชัยบุรินทร์สืบสานตำนานไหมอีสานใต้ 7 – 11 กันยายน นี้ ณ บริเวณลานจอดรถ สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์

นายกสิณ นวลโคกสูง พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์ กำหนดการจัดแสดงและจำหน่ายผ้าไหมระดับภูมิภาคอาเซียน “ASEAN Silk Heritage” ภายใต้ชื่องาน “ผ้าไหมนครชัยบุรินทร์ สืบสานตำนานไหมอีสานใต้” ระหว่างวันที่ 7 – 11 กันยายน 2554 ณ บริเวณลานจอดรถ สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ (สวนใหม่ อบจ.) เพื่อยกระดับการพัฒนาศักยภาพทางการตลาดและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการไหมในกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ให้เป็นที่รู้จัก รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนากระบวนการผลิตผ้าไหมให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าไหมที่สำคัญในประเทศต่อไป พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ในงานดังกล่าว กลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการไหมในกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ คือ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 มี 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ได้นำผลิตภัณฑ์จากไหมร่วมจัดแสดงและจำหน่วยกว่า 100 บูธ เป็นแบบบูธติดแอร์ ภายในบริเวณจัดงาน โดยมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ การจัดนิทรรศการแสดงถึงวัฒนธรรมไหมสุรินทร์ ผ้าไหมในราชสำนัก ผ้าไหมชาติพันธุ์สุรินทร์(เขมร,ลาว,กูย) ผ้าไหมกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ วิวัฒนาการไหม และการส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าไหมไทย การจัดแสดงวิวัฒนาการไหม และการส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าไหมไทยในกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ การจัดบูธแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไหมของกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ และบูธแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ประเภทอื่นที่มีชื่อเสียง และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมอีสานใต้

15 กรกฎาคม 2554

แห่เทียนพรรษาสุรินทร์ยิ่งใหญ่ขบวนช้างยาวเป็นกิโล


สุรินทร์เปิดงานมหกรรมแห่เทียนพรรษา 84 ไอยรา เทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดินสุดยิ่งใหญ่ ตั้งขบวนแห่ฯยาวเยียดเกือบ 1 กิโลเมตรแต่ละขบวนต้นเทียนแกะสลักลวดลายวิจิตรงดงาม นำหน้าด้วยขบวนช้างหลายสิบเชือก…

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 ก.ค. นายเสริม ไชยณรงค์ ผวจ.สุรินทร์ พร้อมหน.ส่วนราชการ ประชาชน นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว ร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมแห่เทียนพรรษา 84 ไอยรา เทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดิน ที่ ททท.ร่วมกับจังหวัดสุรินทร์จัดขึ้น ที่หน้าค่ายวีระวัฒน์โยธินจังหวัดทหารบกสุรินทร์ หลังเปิดงานขบวนแห่เทียนพรรษาจากคุ้มวัดในอำเภอเมืองสุรินทร์และต่างอำเภอ ที่ตั้งขบวนยาวเยียดเกือบ 1 กิโลเมตร แต่ละขบวนต้นเทียนแกะสลักลวดลายวิจิตรงดงาม นำหน้าด้วยขบวนช้างหลายสิบเชือก ที่ประดับตกแต่งสวยงามด้วยแสงไฟระยิบระยับ สลับด้วยขบวนเทียนแต่ละคุ้มวัด เคลื่อนออกจากหน้าค่ายวีระวัฒน์โยธิน จังหวัดทหารบกสุรินทร์ ผ่านถนนหลายสายในเขตเทศบาล มาที่อนุสาวรีย์พระยาภักดีศรีณรงค์จางวาง เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ รอบบริเวณมีการแสดงพื้นเมืองของนักเรียน โดยมีประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมชมขบวนแห่อย่างล้นหลาม ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

นายเสริม เปิดเผยว่า งานมหกรรมแห่เทียนพรรษา 84 ไอยรา เทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดิน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 นอกจากขบวนแห่เทียนด้วยช้างแล้ว ยังจัดพิธีเจริญพระปริตร (พระพุทธมนต์) และอธิษฐานจิต โดยนิมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 85 รูป สวดพระปริตรถวายพระราชกุศล เพื่อถวายพระพรชัยมงคลและถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ตามมติมหาเถรสมาคม และมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ที่ให้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติทั่วทั้งประเทศ

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

23 มิถุนายน 2553

สุรินทร์ข้าวหอมมะลิกว่า 3 ล้านไร่ กำลังเหี่ยวแห้งตายหลังฝนทิ้งช่วง

ในหลายพื้นที่ของ จ.สุรินทร์ กำลังประสบปัญหาต้นกล้าข้าวเริ่มเหี่ยวแห้งตายเพราะขาดน้ำหล่อเลี้ยง และมีวัชพืชขึ้นมาปกคลุมนาข้าวเป็นจำนวนมาก หลังจากในขณะนี้ฝนเริ่มทิ้งช่วงมานานกว่า 1 เดือน ส่งผลให้ แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิโลก ของ จ.สุรินทร์ ที่มีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 3 ล้านไร่ กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักทั้งนี้ จ.สุรินทร์ เป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพของโลก ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกข้าวหอมมะลิพันธุ์ กข. 105 โดย จ.สุรินทร์ มีพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิทั้งจังหวัดกว่า 3 ล้านไร่ ผลผลิตรวมประมาณ 1 ล้านตัน/ปี สร้างรายได้ให้เกษตรกรนำเม็ดเงินเข้าจังหวัดปีละกว่า 10,000 ล้าน บาท กรณีภัยแล้งดังกล่าว กำลังจะส่งผลกระทบต่อจำนวนผลผลิตของข้าวหอมมะลิโลกที่จะออกสู่ตลาดลดน้อยลง ใน ขณะที่พี่น้องชาวไร่ชาวนาชาวจังหวัดสุรินทร์ กำลังประสบกับปัหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อกล้าข้าวที่กำลังงอกและเติบโตอย่างมาก เนื่องจากไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงลำต้น และบางพื้นที่กำลังเหี่ยวแห้งตาย ชาวนา จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางช่วยเหลือด้วย หรือทำฝนเทียมให้ด้วย เพราะต้นข้าวกำลังขาดน้ำหากฝนยังไม่ตกอีกคาดว่าไม่น่าจะเกินอีก 2 สัปดาห์ ต้นข้าวต้องตายหมด

ในขณะที่อ่างเก็บน้ำอำปึล ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ เจอวิกฤตหนักสุดในรอบ 20 ปี ปริมาณน้ำเหลือไม่ถึง 40 % ของความจุจำนวน 27 ล้านลูกบาศก์เมตร อีก ทั้งยังไม่สามรถปล่อยระบายน้ำช่วยเหลือข้าวของชาวนาที่อยู่ท้ายอ่างฯที่มี อยู่กว่า 1 พันไร่ได้ ซึ่งนาข้าวที่ต้นกล้ากำลังงอกและเจริญเติบโตต่างได้รับผลกระทบเริ่มไม่มีน้ำ หล่อเลี้ยงต้นข้าว คาดอีกไม่เกิน 15 วันหากฝนไม่ตก ต้นกล้าข้าวจะต้องเหี่ยวแห้งตายเช่นกัน

22 มิถุนายน 2553

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเปิด ททท. สำนักงานที่สุรินทร์

การ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเปิดสำนักงาน ททท. สำนักงานสุรินทร์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆใน ท้องถิ่น ในกาส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นรูปธรรม วันที่ 21 มิ.ย. 2553 นายสุรพล เศวตเศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการเปิดอาคารที่ทำการ สำนักงาน ททท. สำนักงานสุรินทร์ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการ ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆในท้องถิ่น ทั้งถาครัฐ และเอกชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นรูปธรรม โดยรับผิดชอบพื้นที 3 จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง ประกอบด้วย จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ และจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อม โยงระหว่างจังหวัดให้มีการเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้กิจกรรมด้านประเพณีและ วัฒนธรรม เช่น งานแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ งานมหัศจรรย์เขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ งานเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทย จังหวัดศรีสะเกษ ตลอดจนสร้างการรับรู้ความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ ได้แก่ เส้นทางตามรอยอารยธรรมขอม เช่น ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าในปี 2553 แนวโน้มนักท่องเที่ยวดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในภูมิภาคจำนวน กว่า 18 ล้านคนครั้ง ซึ่งมีรายได้ประมาณ 40,600 ล้านบาท

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...