โครงการถวายพระพรออนไลน์เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทยได้ลงนามถวายพระพรออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.welovekingonline.com

ผลการคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราว

ผลการคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติงานโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2555

โครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม

สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้จัดทำสำมะโนธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ และสำมะโน อุตสาหกรรมทุก 10 ปี ตามข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้ประเทศมีข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญทางด้านธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานประเพณี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานประเพณี แสดงบทความทั้งหมด

7 เมษายน 2555

สุรินทร์บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดงานประเพณีช่วงเทศการสงกรานต์ ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีพื้นบ้าน


นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์กำหนดจัดงาน “สมโภชหลักเมือง วันที่ระลึกพระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง วันทำบุญเพื่อแผ่นดินไทยและงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2555 ณ บริเวณศาลหลักเมืองสุรินทร์ ตลาดไนท์บาชาร์หน้าเทศบาลเมืองสุรินทร์ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จากวาง และเวทีไผทสมันต์ ระหว่างวันที่ 12 – 13 เม.ย. 2555

โดยวันที่ 12 เม.ย. มีพิธีบวงสรวงหลักเมืองสุรินทร์ ซึ่งเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่คู่ชาวสุรินทร์ และที่บริเวณถนนไอยราสุรินทร์ หน้าเทศบาลเมืองสุรินทร์ จัดกิจกรรมงานย้อนยุคเน้นย้ำแนวคิดอนุรักษ์ประเพณี ด้วยการ “ นุ่งผ้าไหม ใส่โสร่ง รำวงย้อนยุค “ พร้อมทั้งชมความสวยงามในศิลปะและความไพเราะของเพลงพื้นบ้าน กันตรึม เจรียงเบริน และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอื่นๆ อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านและบุฟเฟต์

วันที่ 13 เม.ย. ร่วมสำนึกความเป็นไทย ในพิธีทำบุญตักบาตร พิธีทำบุญเพื่อแผ่นดินไทย และพิธีวางพวงมาลาระลึกถึงพระยาสุรินทรภัคดีศรีณรงค์จางวาง ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง ชมขบวนแห่สงกรานต์รอบเมืองสุรินทร์ และร่วมเล่นน้ำสงกรานต์บนถนน “ อังกอล์มะลิ “ ข้าวหอมมะลิ ข้างสระน้ำวัดจุมพลสุทธาวาส และถนนไอยราสุรินทร์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ ถนนแห่งการสร้างจิตสำนึกในการยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีเล่นน้ำสงกรานต์แบบมีมิตรไมตรี และเตือนสติให้ทุกคนขับขี่รถมีวินัย เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุการจราจรในจังหวัดสุรินทร์ เป็นจุดโซนนิ่งเล่นน้ำสงกรานต์

5 เมษายน 2555

นิรมิตภูมิโปนเทวาลัยแห่งเจนลนคร


จังหวัดสุรินทร์โดยอำเภอสังขะ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลดม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอสังขะ กำหนดจัดงาน“ประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน” ประจำปี  2555  ขึ้นในวันที่  6-7 เมษายน  2555  ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งโบราณสถาน “ปราสาทภูมิโปน” ซึ่งเป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นผ่านการแสดงแสง สี เสียง “นิรมิตภูมิโปนเทวาลัยแห่งเจนลนคร” (กำเนิดเนียง ด็อฮฺ ธม)

นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า ปราสาทภูมิโปนเป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ประกอบด้วยโบราณสถาน  4 หลัง   โดย 3 หลังเป็นปรางค์ก่ออิฐมีหินทรายประกอบ อีกหลังหนึ่งเป็นศิลาแลง สันนิษฐานว่าสร้างในราวพุทธศตวรรษที่  12-13  ตามศิลปะแบบไพรกเมง จากการขุดแต่งพบชิ้นส่วนจารึก 1 ชิ้น ที่ปรางค์องค์ใหญ่ จารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ซึ่งนิยมใช้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-13  ประกอบกับลวดลายใบไม้ม้วนที่เหลืออยู่เป็นลวดลายแบบที่รับอิทธิพลมาจากศิลปะคุปตะรุ่นหลังของอินเดียรวมทั้งเทคนิควิธีการก่ออิฐที่ไม่ถือปูนแบบศิลปะขอมรุ่นเก่า กับการศึกษาลวดลายเสาประดับกรอบประตู นอกจากนี้ปราสาทภูมิโปนยังมีตำนานรักสามเศร้าของเนียง ด็อฮฺ ธม ที่ได้กล่าวถึงกษัตริย์ขอมองค์หนึ่งได้สร้างเมืองลับไว้กลางป่า ต่อมาเมื่อเมืองหลวงเกิดความไม่สงบมีข้าศึกมาประชิตเมือง กษัตริย์ขอมจึงส่งพระธิดาพร้อม   ไพร่พลจำนวนหนึ่งมาหลบซ่อนลี้ภัยที่ภูมิโปน พระธิดานั้นมีพระนามว่า พระนางศรีจันทร์ หรือ เนียง ด็อฮฺ ธม แปลว่า พระนางที่มีหน้าอกบวมงาม ด้วยกิตติศัพท์ความงามของนางเป็นที่โจษขานไปทั่ว จึงเป็นที่หมายปองของพระราชาเมืองต่างๆ ที่ต้องการพระนางมาเป็นพระชายา แต่แล้วก็มีชายหนุ่มเพียง  2 คน คือเจ้าชายโฮลมา แห่งเมืองโฮลมา และนายบุญจันทร์ ทหารคนสนิท ที่มีโอกาส   ได้ใกล้ชิดและสร้างสายสัมพันธ์กับพระนาง สุดท้ายแล้วพระนางศรีจันทร์ จะเลือกชายใดเป็นสามี และปริศนาของต้นลำเจียกที่ไม่เคยออกดอกจนเกิดเป็นตำนานปราสาทภูมิโปน “เนียง ด็อฮฺ ธม” ที่เล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดสุรินทร์โดยอำเภอสังขะ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลดม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอสังขะ กำหนดจัดงาน“ประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน” ประจำปี 2555  ขึ้นในวันที่  6-7  เมษายน 2555  ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ กิจกรรมภายในงานได้แก่ กิจกรรมวันผู้สูงอายุ (วันที่  6 เมษายน 2555 ) การแสดงแสง สี เสียง “นิรมิตภูมิโปนเทวาลัยแห่งเจนลนคร” (กำเนิดเนียง ด็อฮฺ ธม) ซึ่งปีนี้ได้รับเกียรติจากนายธัญญ์ ธนากร (ดารา/นักแสดง) ร่วมแสดงเป็นดารานำฝ่ายชายคู่กับ นางสาวไอริณณ์ มหรรทัศนพงฐ์ (ธิดาเมืองช้างสุรินทร์ประจำปี 2554) พิธีเซ่นไหว้พระภูมิเจ้าที่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีบวงสรวงองค์ปราสาท การเดินแบบแฟชั่นผ้าไหมพื้นเมืองสุรินทร์ ศึกยอดมวยไทยและชมภาพยนตร์ตลอดคืน  สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการปกครองอำเภอสังขะ โทร. 0 4457  1247   องค์การบริหารส่วนตำบลดม โทร. 0 4414 8266  และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ โทร. 0  4451 447 -8  E-mail : tatsurin@tat.or.th

20 มีนาคม 2555

ขอเชิญเที่ยวงานประเพณีขึ้นเขาสวาย เคาะระฆังพันใบ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วันที่ 23 มีนาคม 2555 ณ วนอุทยานพนมสวาย จังหวัดสุรินทร์


จังหวัดสุรินทร์ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมสำคัญ ซึ่งผูกพันกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนพื้นเมืองมาอย่างยาวนานแห่งหนึ่ง คือ “เขาสวาย” หรือ “พนมสวาย” ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาสวาย ในพื้นที่ตำบลนาบัวและตำบลสวาย อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 22 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเนินเขาเตี้ย ๆ ติดต่อกัน รอง ๆ บริเวณ มีเวิ้งน้ำใหญ่ ทิวทัศน์สวยงาม มีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด มียอดเขาที่สำคัญ 3 ยอด ยอดที่ 1 เรียกว่า ยอดเขาชาย(พนมเปร๊าะ) สูง 220 เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสุรินทรทรมงคลและระฆังมหากุศล 1,080 ใบ จาก 1,080 วัด ยอดที่ 2 เรียกว่ายอดเขาหญิง(พนมสรัย) สูง 210 เมตร เป็นที่ตั้งของวัดพนมศิลาราม ยอดเขาที่ 3 เรียกว่า เขาคอก (พนมกรอล) สูง 150 เมตร เป็นที่ตั้งศาลาอัฐฐะมุข ซึ่งเป็นอนุสรณ์ฉลองครบรอบ 200 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เพื่อประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง เขาสวาย มีความสำคัญต่อชาวสุรินทร์มาตั้งแต่โบราณกาล กล่าวคือ เมื่อถึงเดือนห้าของทุกปีบรรพบุรุษชาวสุรินทร์จะถือว่าเป็นงานประเพณีหยุดงาน ซึ่งการหยุดงานจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ตอมตู๊จ ซึ่งหมายถึงวันหยุดงานเหล็ก จะมีการหยุดงาน ทำงานเพียง 3 วัน นับตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 3 ค่ำ เดือนห้า ช่วงที่ 2 ช่วงตอมธม หมายถึง วันหยุดใหญ่ จะมีการหยุดทำงานทั้งหมด 7 วัน นับแต่วันแรม 1 ค่ำ ถึงวันแรม 7 ค่ำ เดือนห้า ซึ่งประเพณีการหยุดงานตามช่วงระยะเวลาดังกล่าว ชาวสุรินทร์มีความเชื่อว่า ต้องหยุดการทำงานทั้งหมด หากใครไม่หยุดทำงานก็จะมีอันเป็นไปและในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี ชาวจังหัดสุรินทร์จะร่วมมือร่วมใจจัดงานบุญประเพณีขึ้นเขาสวายขึ้น ประกอบกับวันดังกล่าวถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ 
          ดังนั้น ชาวสุรินทร์จะหยุดงานและพากันเดินทางไปขึ้นเขาสวายเพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลชีวิตต่อตนเองและครอบครัว สิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาสวายประกอบด้วย พระใหญ่หรือพระพุทธสิรนทรมงคล รอยพระพุทธบาทจำลอง อัฐิหลวงปู่ดุล อตุโล พระพุทธรูปองค์ดำ หลวงปู่สวน ปราสาทหินพนมสวาย ศาลเจ้าแม่กวนอิม เตาหินศักดิ์สิทธิ์ และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาปี 2551 จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราช โดยได้ดำเนินการจัดหาระฆัง จำนวน 1,080 ใบ จากวัดทุกวัดในจังหวัดสุรินทร์ และวัดสำคัญอีก 10 วัด นำไปติดตั้งบริเวณทางขึ้นบันไดไปนมัสการพระพุทธสุรินทรมงคล และบริเวณรอบ ๆ สถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ดุล อตุโล ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ สวยงาม ปรากฏต่อสื่อสาธาณะอย่างกว้างขวาง และคาดว่าน่าจะเป็นจำนวนมากที่สุดในโลกอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้เคาะระฆังเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

17 ตุลาคม 2554

งานช้างและงานกาชาดสุรินทร์ 2554


จังหวัดสุรินทร์ มีช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณอีกทั้งชาวกวยหรือกูย ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองในอดีตได้จับช้างป่ามาฝึก เพื่อใช้งานในด้านต่างๆเช่น การพาหนะ การขนส่ง รวมถึง ช้างยังมีบทบาทในการประกอบพิธีทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาวกวย ชาวกวยแต่ละครัวเรือนจะมีช้างที่เลี้ยงไว้อาศัยอยู่รวมกัน จนช้างที่พวกตนเลี้ยงไว้เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของตน ก่อให้เกิดสายใยความผูกพันที่แน่นเฟ้นขึ้นระหว่างคนกับช้าง ชาวกวยจึงเลี้ยงช้างในฐานะที่เป็นสัตว์เลี้ยงเสียมากกว่าจะเป็นสัตว์ที่ไว้ ใช้งาน การฝึกช้างของชาวกวยจึงเป็นการฝึกช้างให้เชื่องและปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้า ของ ด้วยความเฉลียวฉลาด และความสามารถในการปฏิบัติตามคำสั่งได้อย่างน่าอัศจรรย์ของช้างนี้เอง กลุ่มผู้นำในหมู่บ้านได้เล็งเห็น และรวมตัวกันเพื่อแสดงให้คนภายนอกเห็นถึงความผูกพันของคนกับช้างที่สามารถ อยู่ร่วมกันและสื่อสารกันได้พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงความสามารถอันแสนพิเศษ ของช้างไทย การแสดงช้างครั้งแรก จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2503 ณ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ จากความน่ารัก ความแสนรู้ของช้างสุรินทร์ ในครั้งนั้น ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่สร้างชื่อเสียงและความประทับใจให้แก่ผู้ชมทั้ง ชาวไทย และชาวต่างชาติทั่วโลก

กิจกรรมเด่น

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554
เวลา 14.00 น. – ขบวนแห่รถอาหารช้าง เริ่มจากบริเวณหน้าโรงเรียนสิรินธร
เวลา 18.00 น. – การประกวดขบวนรถอาหารช้าง ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์
เวลา 19.00 น. – การประกวดสาวงามเมืองช้าง เวทีกลางกาชาดสุรินทร์ สนามกีฬาศรีณรงค์ อ.เมือง จ.สุรินทร์

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2554
เวลา 08.00 น. – ขบวนพาเหรดและแห่ช้างกว่า 300 เชือก เริ่มขบวนจากหน้าสถานีรถไฟจังหวัดสุรินทร์
เวลา 09.00 น. – งานต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้าง ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์

วันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2554
เวลา 19.00 น. – งานแสดงแสง สี เสียง ตำนานพันปีปราสาทศีขรภูมิ ณ บริเวณปราสาทศีขรภูมิ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์

วันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2554
เวลา 09.00 น. - การแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ ณ สนามแสดงช้าง อ.เมือง จ.สุรินทร์

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2554
เวลา 05.00 น. - งานวิ่ง “เมืองช้าง” มินิ-ฮาร์ฟมาราธอน ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานวิทยาเขตสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์

[ดาวน์โหลด] แบบฟอร์มการจองบัตรชมการแสดงช้างสุรินทร์


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

สำนักงานจังหวัดสุรินทร์  โทร 044 512 039
องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์  โทร. 044511 975
เทศบาลตำบลระแงง อ.ศีขรภูมิ  โทร. 044 561 243, 044 560 088
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์  โทร.080 464 7333
ททท. สำนักงานสุรินทร์  โทร. 044 514 447-8

8 กรกฎาคม 2553

มหกรรมแห่เทียนพรรษา 83 ไอรา เทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดิน

จังหวัดสุรินทร์กำหนดจัดงาน” มหกรรมแห่เทียนพรรษา 83 ไอรา เทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดิน “ และตักบาตรบนหลังช้างอย่างยิ่งใหญ่เหมือนเช่นทุกปีในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา (8/7/2010)
จังหวัดสุรินทร์จัดงาน” มหกรรม แห่เทียนพรรษา 83 ไอรา เทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดิน “ อย่าง ยิ่งใหญ่เหมือนเช่นทุกปี เพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ โดยร่วมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และส่วนราชการ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจังหวัดสุรินทร์ จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 24 - 26 ก.ค. 2553 อย่าง ยิ่งใหญ่เหมือนเช่นทุกปี ทั้งนี้เพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาตลบ 83 พรรษา และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ โดยจัดให้มีกิจกรรมต่างๆมากมายประกอบด้วย วันที่ 24 ก.ค. 2553 เวลา 15.00 น. ฟังการบรรยายธรรม จากทีมงาน “ ธรรมมะ Delivery “ โดยพระครูวินัยธรชาติ ( พระมหาสมปอง ) ซึ่งจะมีนักเรียนร่วมปิบัติธรรม จำนวน 1,500 คน เวลา 18.00 น. พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ดยพระสงฆ์สมณศักดิ์ 84 รูป และอธิฐานจิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกิจกรรมการปฏิบัติธรรมภาวนา วันที่ 25 ก.ค. 2553 เวลา 08.30 น. มีการจัดขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากวัดกลางสุรินทร์มาประดิษฐาน ณ มณฑลพิธีหน้าศาลากลางจังหวัด 09.00 น. เป็นต้นไปจัดให้มีกิจกรรม ประกวดสวดทำนองสรภัญญะของนักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไป การประกวดโต๊ะหมู่บูชา ประกวดบรรยายธรรมะ นิทรรศการทางพระพุทธศาสนา และโรงทานเฉลิมพระเกียรติ ในช่วงบ่ายตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป จัดให้มีขบวนแห่เทียนพรรษาอย่างยิ่งใหญ่จากคุ้มวัดต่างๆในเขตเทศบาลเมือง สุรินทร์ และ อ. เมืองสุรินทร์จำนวนกว่า13 คุ้มวัดที่ตกแต่ง สวยงามอลังการ พร้อมทั้งจัดขบวนแห่ที่แสดงออกถึงวัฒนธรรม ขนมธรรมเนียมประเพณี การละเล่นพื้นบ้านของชาวจังหวัดสุรินทร์ และ ติดตามด้วยขบวนช้างที่เป็นไฮไล้ของงานที่ไม่เหมือนใครซึ่งแสดงออกถึงจังหวัด สุรินทร์ถิ่นเมืองช้าง มีการตกแต่งอย่างสวยงาม ด้วยสีเงิน สีทอง และหลากสี พร้อมทั้งประดับไฟระยิบระยับแพรวพราวอย่างสวยงาม มีพระพุทธรูปประจำจังหวัดสุรินทร์ พระบรมสารีริกธาตุ พระ บรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ อยู่บนหลังช้าง พร้อมทั้งขบวนช้างที่มีพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งจะใช้ช้างจำนวนทั้งสิ้น 83 เชือก และขบวนประชาชนนุ่งขาว ห่มขาวถือธูปเทียนดอกไม้ และแต่งกายในชุดแสดงออกถึงความจงรัก พักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เข้าร่วมขบวนอีกกว่า 1,000 คน โดยขบวนเริ่มจากบริเวณหน้าค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดทหารบกสุรินทร์ เคลื่อนขบวนไปตามถนนสายต่างๆในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ผ่านอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง เพื่อให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้ชม และไปสิ้นสุดขบวนที่หน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ เพื่อจัดกิจกรรมเวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุ วันที่ 26 ก.ค. 53 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. จัดให้มีพิธีทำบุญตักบาตรบนหลังช้างที่ยิ่งใหญ่ มีแห่งเดียวในโลกที่จังหวัดสุรินทร์ โดยจัดขึ้นที่บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จัดขึ้นในเทศกาลวันเข้าพรรษาของในแต่ละปี และเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จัดควบคู่กับงานมหกรรมแห่เทียนเข้าพรรษา 83 ไอราเทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดิน ซึ่งในแต่ละปีจะมีประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมในการทำบุญตักบาตร กัน อย่างคึกคักเป็นจำนวนมาก และในปีนี้จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปเที่ยว ชมและร่วมในกิจกรรมดังกล่าวได้ระหว่างวันที่ 24 – 26 ก.ค. 2553 นี้

24 มีนาคม 2553

งาน แสดง แสงสีเสียง ปราสาทภูมิโปน อ. สังขะ



งานประเพณี สืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน ครั้งที่ 11 วันที่ 9-10 เมษายน 2553 ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

    จังหวัดสุรินทร์โดยอำเภอสังขะ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอสังขะ และองค์การบริหารส่วนตำบลดม จัดงาน “ประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน” ครั้งที่ 11 ขึ้นในวันที่ 9-10 เมษายน 2553 ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งโบราณสถาน “ปราสาทภูมิโปน” ซึ่งเป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่ หลาย และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

     นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า ปราสาทภูมิโปน เป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 ศิลปะแบบไพรเกมร ประกอบด้วยโบราณสถาน 4 หลัง คือ ปราสาทอิฐหลังที่ 1 อยู่ทางด้านเหนือสุด มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมไม่ย่อมุม เหลือเพียงฐานกรอบประตูทางเข้า และผนังบางส่วน ปราสาทอิฐหลังที่ 2 อยู่ต่อจากปราสาทหินหลังแรกมาทางใต้

     ปัจจุบันเหลือเพียงฐานและกรอบประตูทรายปราสาทอิฐหลังที่ 3 หรือปรางค์ประธานเป็นปราสาทหลังใหญ่ก่อด้วยอิฐไม่สอปูน แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสไม่ย่อมุม มีบันไดและประตูทางเข้าทางทิศตะวันออก อีกสามด้านเป็นประตูหลอก เสาประดับ กรอบประตู และทับหลังทำด้วยหินทราย ใต้หน้าบันเหนือทับหลังขึ้นไปเป็นลายรูปใบไม้ม้วน รูปแบบและเทคนิคการก่อสร้าง เทียบได้กับปราสาทขอมสมัยก่อนพระนครร่วมสมัยกับปราสาทหลังที่ 1 ได้พบจารึกเป็นภาษาสันสกฤตด้วย อักษรปัสสวะ

     ซึ่งเคยใช้เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-13 ซึ่งสอดคล้องกับอายุของรูปแบบศิลปะของปราสาท นับเป็นปราสาทแบบศิลปะเขมรที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และปราสาทอิฐหลังที่ 4 อยู่ต่อจากปราสาทประธานมาทางใต้ ปัจจุบันเหลือเพียงฐานเท่านั้น

     ณ ที่แห่งนี้มีตำนานการก่อสร้างกล่าวถึง กษัตริย์ขอมองค์หนึ่งได้สร้างเมืองลับไว้กลางป่า ชื่อว่าปราสาทภูมิโปน ต่อมาเมื่อเมืองหลวงเกิดความไม่สงบมีข้าศึกมาประชิตเมือง กษัตริย์ขอมจึงส่งพระราชธิดาพร้อมไพร่พลจำนวนหนึ่งมาหลบซ่อนลี้ภัยที่ภูมิ โปนพระราชธิดานั้นมีพระนามว่า พระนางศรีจันทร์ หรือ เนียง ด็อฮฺ ธม

     แต่คนทั่วไปมักเรียกนางว่า พระนางนมใหญ่ แต่ด้วยกิตติศัพท์ความงามของนางเป็นที่โจษขานไปทั่ว จึงเป็นที่หมายปองของพระราชาเมืองต่างๆ ที่ต้องการพระนางมาเป็นพระชายา แต่แล้วก็มีชายหนุ่มเพียง 2 คน คือเจ้าชายโฮลมา แห่งเมืองโฮลมา และนายบุญจันทร์ ทหารคนสนิท ที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดและสร้างสายสัมพันธ์กับพระนาง สุดท้ายแล้วพระนางศรีจันทร์ จะเลือกชายใดเป็นสามี และปริศนาของต้นลำเจียกที่ไม่เคยออกดอก จนเกิดเป็นตำนานปราสาทภูมิโปน “เนียง ด็อฮฺ ธม” ที่เล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

     จังหวัดสุรินทร์โดยอำเภอสังขะ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอสังขะ และองค์การบริหารส่วนตำบลดม จึงจัดงาน “ประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน” ครั้งที่ 11 ขึ้นในวันที่ 9-10 เมษายน 2553 ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน กิจกรรมภายในงานได้แก่ การบวงสรวงองค์ปราสาท การเซ่นไหว้พระภูมิเจ้าที่และสิ่งศักดิสิทธิ์ การประกวดพานบายศรี การแข่งขันชกมวยมรดกโลก การเดินแบบแฟชั่นผ้าไหม การแสดงแสง สี เสียง ตำนานเนียง ด็อฮฺ ธม และมินิคอนเสิร์ต

     พิเศษสุดในปีนี้ ท่านจะได้ชมการแสดงแสง สี เสียง ตำนานเนียง ด็อฮฺ ธม ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ตระการตาโดยมี ตั๊ก บงกช คงมาลัย รับบทพระนางศรีจันทร์ และออกแบบเครื่องแต่งกายโดย อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้คิดค้นประดิษฐ์ลวดลายผ้าไหมยกทองโบราณ บ้านท่าสว่าง ที่มีลวดลายวิจิตรงดงาม ซึ่งมีการออกแบบจากภาพจำหลักของปราสาทภูมิโปน

     สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

     - ที่ทำการปกครองอำเภอสังขะ โทร.0 4457 1247
     - องค์การบริหารส่วนตำบลดม โทร.0 4414 8266 www.tambondom.go.th
     - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ โทร.0 4451 4447-8 E-mail : tatsurin@tat.or.th

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...