โครงการถวายพระพรออนไลน์เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทยได้ลงนามถวายพระพรออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.welovekingonline.com

ผลการคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราว

ผลการคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติงานโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2555

โครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม

สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้จัดทำสำมะโนธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ และสำมะโน อุตสาหกรรมทุก 10 ปี ตามข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้ประเทศมีข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญทางด้านธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง

15 กรกฎาคม 2554

แห่เทียนพรรษาสุรินทร์ยิ่งใหญ่ขบวนช้างยาวเป็นกิโล


สุรินทร์เปิดงานมหกรรมแห่เทียนพรรษา 84 ไอยรา เทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดินสุดยิ่งใหญ่ ตั้งขบวนแห่ฯยาวเยียดเกือบ 1 กิโลเมตรแต่ละขบวนต้นเทียนแกะสลักลวดลายวิจิตรงดงาม นำหน้าด้วยขบวนช้างหลายสิบเชือก…

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 ก.ค. นายเสริม ไชยณรงค์ ผวจ.สุรินทร์ พร้อมหน.ส่วนราชการ ประชาชน นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว ร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมแห่เทียนพรรษา 84 ไอยรา เทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดิน ที่ ททท.ร่วมกับจังหวัดสุรินทร์จัดขึ้น ที่หน้าค่ายวีระวัฒน์โยธินจังหวัดทหารบกสุรินทร์ หลังเปิดงานขบวนแห่เทียนพรรษาจากคุ้มวัดในอำเภอเมืองสุรินทร์และต่างอำเภอ ที่ตั้งขบวนยาวเยียดเกือบ 1 กิโลเมตร แต่ละขบวนต้นเทียนแกะสลักลวดลายวิจิตรงดงาม นำหน้าด้วยขบวนช้างหลายสิบเชือก ที่ประดับตกแต่งสวยงามด้วยแสงไฟระยิบระยับ สลับด้วยขบวนเทียนแต่ละคุ้มวัด เคลื่อนออกจากหน้าค่ายวีระวัฒน์โยธิน จังหวัดทหารบกสุรินทร์ ผ่านถนนหลายสายในเขตเทศบาล มาที่อนุสาวรีย์พระยาภักดีศรีณรงค์จางวาง เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ รอบบริเวณมีการแสดงพื้นเมืองของนักเรียน โดยมีประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมชมขบวนแห่อย่างล้นหลาม ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

นายเสริม เปิดเผยว่า งานมหกรรมแห่เทียนพรรษา 84 ไอยรา เทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดิน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 นอกจากขบวนแห่เทียนด้วยช้างแล้ว ยังจัดพิธีเจริญพระปริตร (พระพุทธมนต์) และอธิษฐานจิต โดยนิมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 85 รูป สวดพระปริตรถวายพระราชกุศล เพื่อถวายพระพรชัยมงคลและถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ตามมติมหาเถรสมาคม และมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ที่ให้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติทั่วทั้งประเทศ

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

11 กรกฎาคม 2554

สารสถิติประจำเดือนเมษายน- มิถุนายน 2554


เรื่องเด่นในเล่ม

  • ก้าวย่างต่อไปสู่ปี 49
  • สถิติยุคใหม่... ก้าวต่อไปของ สสช
  • อำลาเครื่องคอมพิวเตอร์ เมนเฟรม
  • สถิติน่ารู้
  • แวดวง สสช
  • เสียงจากภูมิภาค
ดาวน์โหลดที่นี่ฟรี!

6 กรกฎาคม 2554

ร้องรัฐเร่งคุมราคาสินค้า

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ได้สรุปผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความก้าวหน้าของประเทศ พ.ศ. 2554 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่ต้องการให้ภาครัฐดำเนินการจัดทำความก้าวหน้าของประเทศ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดความก้าวหน้าของประเทศ และเพื่อเป็นข้อมูลให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปประกอบการดำเนินการต่อไป โดยได้สำรวจความคิดเห็นโดยการสุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 106,620 คน 
    
ทั้งนี้จากการสอบถามแนวทางที่ประชาชนต้องการให้ภาครัฐดำเนินการเรื่องความเจริญก้าวหน้าของประเทศ พบว่าประชาชนต้องการให้เข้ามาควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมากที่สุดถึง 18.3% รองลงมาคือสร้างความปรองดองสามัคคีในสังคม 16.2% อันดับสามคือ การพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าและมั่นคง 14.3 % อันดับสี่คือ พัฒนาด้านการศึกษาให้มีคุณภาพ 14% อันดับห้าคือ การสร้างความยุติธรรมและโปร่งใสในสังคม 13.4%
    
ส่วนที่ประชาชนต้องการน้อยที่สุดคือการส่งเสริมการท่องเที่ยว 0.3% รองลงมาคือการหางานรองรับนักศึกษาที่จบใหม่ 1.1% การพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าเท่าเทียมนานาประเทศ 1.7% อันดับสี่คือ การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ 1.8% และจัดการปัญหาด้านขยะชุมชนและหมู่บ้าน 1.8% 
    
สำหรับผลการสำรวจความเห็นด้านความเจริญก้าวหน้าของประเทศ 5 อันดับแรก พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ถึง 61.6% เห็นว่าเป็นด้านการศึกษาและการเรียนรู้ รองลงมาคือการทำงานและการประกอบอาชีพ 59.8% อีก 57% เห็นว่าเป็นฐานะทางเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพมีเพียง 41.7% และที่น้อยที่สุดพบว่าเป็นเรื่องของที่อยู่อาศัยและระบบสาธารณูปโภค 33.1%
    
นอกจากนี้ความเจริญก้าวหน้าของประเทศด้านฐานะเศรษฐกิจใน 5 อันดับแรก พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 76% เห็นว่าประชาชนมีงานทำ ขณะที่ 75.2% เห็นว่าประชาชนมีรายได้มากกว่ารายจ่าย อีก 64.8% เห็นว่ามีภาระหนี้สินครัวเรือนลดลง 56.7% เห็นว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ขณะที่มีเพียง 41.5% เท่านั้นที่เห็นว่าค่าครองชีพของตนอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยเฉพาะประชาชนในภาคเหนือที่เห็นด้วยน้อยที่สุดเพียง 39.8% รองลงมาคือ กท. และใต้ ที่เห็นเท่ากันคือ 40.4% ภาคอีสาน 40.6%
    
รายงานข่าวกล่าวด้วยว่า ส่วนความเจริญก้าวหน้าของประเทศด้านการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ใน 5 อันดับแรกนั้น ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าช่องว่างรายได้ระหว่างคนจนกับคนรวยลดลงจริง 69.3% รองลงมาคือ ความยากจนลดลง 65.8% ส่วนที่เห็นว่าประชาชนทุกกลุ่มได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทรัพยากรและการบริการของภาครัฐที่เหมาะสม มี 55% อีก 51.9% เห็นว่าการปฏิบัติของภาครัฐและสังคมที่มีต่อประชาชนเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน ขณะที่ 48.1% ที่เห็นว่าชุมชนและท้องถิ่นได้รับการจัดให้มีระบบสวัสดิการที่เพียงพอครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนตายอย่างเท่าเทียมและเหมาะสม
    
อย่างไรก็ตามยังมีเรื่องความเจริญก้าวหน้าของประเทศด้านความสามัคคีและความสมานฉันท์พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 78.8% ที่เห็นว่าการไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในสังคมตามด้วยความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมลดลง


ที่มา: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=310&contentID=149338

1 กรกฎาคม 2554

แผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทย

ประเทศไทยเริ่มมีการดำเนินงานเกี่ยวกับสถิติของประเทศมาประมาณ 100 ปี โดยมีสำนักงานสถิติแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นหน่วยสถิติกลาง ผลิตสถิติในแทบทุกสาขาโดยส่วนใหญ่เป็นสถิติจากการสำรวจ นอกจากนั้นยังมีหน่วยงานภาครัฐจำนวนมากที่ผลิตสถิติจากระบบการรายงาน งานทะเบียน โดยส่วนใหญ่เป็นสถิติที่เกี่ยวข้องกับภารกิจและการดำเนินงานของหน่วยงาน จนถึงปัจจุบันมีการผลิตสถิติในเกือบทุกสาขาโดยหน่วยงานภาครัฐจำนวนมาก แม้ว่าการผลิตสถิติภายใต้ระบบดังกล่าว มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นการพัฒนาที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เป็นการพัฒนาเพื่อตอบสนองประโยชน์ในการใช้งานของแต่ละหน่วยงานซึ่งมีข้อจำกัดด้านบุคลากร งบประมาณ ฯลฯ แตกต่างกันไป ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านมาตรฐานและคุณภาพของงานด้านสถิติ และในบางกรณีก็มีความซ้ำซ้อนและสิ้นเปลืองในการดำเนินงาน

พระราชบัญญัติสถิติ พ.ศ. 2550 ได้กำหนดให้ สำนักงานสถิติแห่งชาติ มีหน้าที่จัดทำแผนแม่บทเกี่ยวกับการดำเนินงานทางสถิติของหน่วยงานภาครัฐ ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนการพัฒนาประเทศ สำนักงานสถิติแห่งชาติ จึงได้ร่วมกับหน่วยงานระดับกระทรวงทุกแห่งจัดทำแผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทย โดยเน้นกระบวนการหารือและการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

จากการวิเคราะห์ลักษณะปัจจัยภายในและภายนอก ( SWOT Analysis) ของระบบสถิติในปัจจุบัน สามารถสรุปเป็นแนวทางในการจัดทำ แผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทยได้ดังนี้

  •  ใช้พระราชบัญญัติสถิติ พ.ศ. 2550 สร้างความชัดเจนเชิงนโยบายด้านระบบข้อมูลสถิติของประเทศ
  • ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ในการผลิตและให้บริการ
  • พัฒนาคุณภาพโดยการยกระดับมาตรฐานข้อมูล และพัฒนาประสิทธิภาพโดยการ
    ลดความซ้ำซ้อน และลดภาระงาน
  • สร้างเครือข่ายกับทุกภาคส่วน
  • ส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์ข้อมูลมากขึ้น
  • พัฒนาบุคลากรที่รับผิดชอบงานข้อมูลสถิติ

15 มิถุนายน 2554

เลิกเสียที...บุหรี่ไม่เท่ห์อย่างที่คิด!!!

บุหรี่...มหัตภัยเงียบที่ทุกคนรู้จักดี แม้ทุกคนจะรู้ถึงพิษภัยของการสูบบุหรี่ และองค์การอนามัยโลก ได้ให้ความสำคัญและมีการจัดงานวันงดสูบบุหรี่โลกขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2531 ด้วยเล็งเห็นถึงอันตรายของบุหรี่และสุขภาพของผู้สูบบุหรี่ รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่นั้น แต่จากรายงานขององค์การอนามัยโลก พบว่า ในปัจจุบันประชากรทั่วโลกมากกว่า 5 ล้านคนต่อปี ตายด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ เช่น โรคหัวใจล้มเหลว มะเร็ง และโรคปอด เป็นต้น นอกจากนี้ยังไม่นับรวมถึงการตายจากการได้รับควันบุหรี่มือสองอีก 600,000 คน ซึ่ง 1 ใน 4 นั้นเป็นเด็ก
 
ประเทศไทยเองได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้มีการรณรงค์ให้ลด ละ เลิกบุหรี่ รวมถึงกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งข้อมูลจากการสำรวจอนามัยและสวัสดิการ และการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากร ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า การสูบบุหรี่ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปไม่ว่าจะสูบประจำหรือไม่ก็ตาม มีแนวโน้มดีขึ้นโดยลดลงจากร้อยละ 25.5 ในปี 2544 เหลือร้อยละ 20.7 ในปี 2552 และผู้ชายสูบบุหรี่มากกว่าผู้หญิงกว่า 20 เท่า อย่างไรก็ตามอาจเป็นเพราะผลจากการรณรงค์ที่ผ่านมาทำให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงมีการสูบบุหรี่ลดลง โดยผู้ชายลดลงจากร้อยละ 48.5 ในปี 2544 เหลือร้อยละ 40.5 ในปี 2552 สำหรับผู้หญิงลดลงจากร้อยละ 2.9 ในปี 2544 เหลือร้อยละ 2.0 ในปี 2552
แม้ว่าการสูบบุหรี่ของประชากรในวัยทำงาน และผู้สูงอายุจะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังพบว่า วัยรุ่นซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ยังมีแนวโน้มของการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัยรุ่นชายที่มีการสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจเนื่องมาจากวัยรุ่นเป็นวัยที่มีพฤติกรรมอยากลองอยากรู้ และอาจได้รับอิทธิพลมาจากเพื่อนซึ่งชักชวนกันให้สูบ ประกอบกับการคิดว่าการสูบบุหรี่เป็นสิ่งโก้เก๋อยู่ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมุ่งมั่นที่จะหาแนวทางการรณรงค์อย่างเข้มข้น และเจาะให้ถึงกลุ่มวัยรุ่นให้ได้ เพื่อให้วัยรุ่นเหล่านี้เข้าใจถึงโทษของบุหรี่ และปรับทัศนคติใหม่ให้ถูกต้องเพื่อป้องกันการเป็นนักสูบหน้าใหม่ ขณะเดียวกันก็เป็นกำลังใจให้ผู้ที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว สามารถลด หรือเลิกสูบบุหรี่ได้ในที่สุด

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...