โครงการถวายพระพรออนไลน์เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทยได้ลงนามถวายพระพรออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.welovekingonline.com

ผลการคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราว

ผลการคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติงานโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2555

โครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม

สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้จัดทำสำมะโนธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ และสำมะโน อุตสาหกรรมทุก 10 ปี ตามข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้ประเทศมีข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญทางด้านธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง

7 เมษายน 2555

สุรินทร์บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดงานประเพณีช่วงเทศการสงกรานต์ ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีพื้นบ้าน


นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์กำหนดจัดงาน “สมโภชหลักเมือง วันที่ระลึกพระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง วันทำบุญเพื่อแผ่นดินไทยและงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2555 ณ บริเวณศาลหลักเมืองสุรินทร์ ตลาดไนท์บาชาร์หน้าเทศบาลเมืองสุรินทร์ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จากวาง และเวทีไผทสมันต์ ระหว่างวันที่ 12 – 13 เม.ย. 2555

โดยวันที่ 12 เม.ย. มีพิธีบวงสรวงหลักเมืองสุรินทร์ ซึ่งเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่คู่ชาวสุรินทร์ และที่บริเวณถนนไอยราสุรินทร์ หน้าเทศบาลเมืองสุรินทร์ จัดกิจกรรมงานย้อนยุคเน้นย้ำแนวคิดอนุรักษ์ประเพณี ด้วยการ “ นุ่งผ้าไหม ใส่โสร่ง รำวงย้อนยุค “ พร้อมทั้งชมความสวยงามในศิลปะและความไพเราะของเพลงพื้นบ้าน กันตรึม เจรียงเบริน และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอื่นๆ อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านและบุฟเฟต์

วันที่ 13 เม.ย. ร่วมสำนึกความเป็นไทย ในพิธีทำบุญตักบาตร พิธีทำบุญเพื่อแผ่นดินไทย และพิธีวางพวงมาลาระลึกถึงพระยาสุรินทรภัคดีศรีณรงค์จางวาง ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง ชมขบวนแห่สงกรานต์รอบเมืองสุรินทร์ และร่วมเล่นน้ำสงกรานต์บนถนน “ อังกอล์มะลิ “ ข้าวหอมมะลิ ข้างสระน้ำวัดจุมพลสุทธาวาส และถนนไอยราสุรินทร์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ ถนนแห่งการสร้างจิตสำนึกในการยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีเล่นน้ำสงกรานต์แบบมีมิตรไมตรี และเตือนสติให้ทุกคนขับขี่รถมีวินัย เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุการจราจรในจังหวัดสุรินทร์ เป็นจุดโซนนิ่งเล่นน้ำสงกรานต์

5 เมษายน 2555

นิรมิตภูมิโปนเทวาลัยแห่งเจนลนคร


จังหวัดสุรินทร์โดยอำเภอสังขะ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลดม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอสังขะ กำหนดจัดงาน“ประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน” ประจำปี  2555  ขึ้นในวันที่  6-7 เมษายน  2555  ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งโบราณสถาน “ปราสาทภูมิโปน” ซึ่งเป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นผ่านการแสดงแสง สี เสียง “นิรมิตภูมิโปนเทวาลัยแห่งเจนลนคร” (กำเนิดเนียง ด็อฮฺ ธม)

นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า ปราสาทภูมิโปนเป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ประกอบด้วยโบราณสถาน  4 หลัง   โดย 3 หลังเป็นปรางค์ก่ออิฐมีหินทรายประกอบ อีกหลังหนึ่งเป็นศิลาแลง สันนิษฐานว่าสร้างในราวพุทธศตวรรษที่  12-13  ตามศิลปะแบบไพรกเมง จากการขุดแต่งพบชิ้นส่วนจารึก 1 ชิ้น ที่ปรางค์องค์ใหญ่ จารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ซึ่งนิยมใช้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-13  ประกอบกับลวดลายใบไม้ม้วนที่เหลืออยู่เป็นลวดลายแบบที่รับอิทธิพลมาจากศิลปะคุปตะรุ่นหลังของอินเดียรวมทั้งเทคนิควิธีการก่ออิฐที่ไม่ถือปูนแบบศิลปะขอมรุ่นเก่า กับการศึกษาลวดลายเสาประดับกรอบประตู นอกจากนี้ปราสาทภูมิโปนยังมีตำนานรักสามเศร้าของเนียง ด็อฮฺ ธม ที่ได้กล่าวถึงกษัตริย์ขอมองค์หนึ่งได้สร้างเมืองลับไว้กลางป่า ต่อมาเมื่อเมืองหลวงเกิดความไม่สงบมีข้าศึกมาประชิตเมือง กษัตริย์ขอมจึงส่งพระธิดาพร้อม   ไพร่พลจำนวนหนึ่งมาหลบซ่อนลี้ภัยที่ภูมิโปน พระธิดานั้นมีพระนามว่า พระนางศรีจันทร์ หรือ เนียง ด็อฮฺ ธม แปลว่า พระนางที่มีหน้าอกบวมงาม ด้วยกิตติศัพท์ความงามของนางเป็นที่โจษขานไปทั่ว จึงเป็นที่หมายปองของพระราชาเมืองต่างๆ ที่ต้องการพระนางมาเป็นพระชายา แต่แล้วก็มีชายหนุ่มเพียง  2 คน คือเจ้าชายโฮลมา แห่งเมืองโฮลมา และนายบุญจันทร์ ทหารคนสนิท ที่มีโอกาส   ได้ใกล้ชิดและสร้างสายสัมพันธ์กับพระนาง สุดท้ายแล้วพระนางศรีจันทร์ จะเลือกชายใดเป็นสามี และปริศนาของต้นลำเจียกที่ไม่เคยออกดอกจนเกิดเป็นตำนานปราสาทภูมิโปน “เนียง ด็อฮฺ ธม” ที่เล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดสุรินทร์โดยอำเภอสังขะ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลดม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอสังขะ กำหนดจัดงาน“ประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน” ประจำปี 2555  ขึ้นในวันที่  6-7  เมษายน 2555  ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ กิจกรรมภายในงานได้แก่ กิจกรรมวันผู้สูงอายุ (วันที่  6 เมษายน 2555 ) การแสดงแสง สี เสียง “นิรมิตภูมิโปนเทวาลัยแห่งเจนลนคร” (กำเนิดเนียง ด็อฮฺ ธม) ซึ่งปีนี้ได้รับเกียรติจากนายธัญญ์ ธนากร (ดารา/นักแสดง) ร่วมแสดงเป็นดารานำฝ่ายชายคู่กับ นางสาวไอริณณ์ มหรรทัศนพงฐ์ (ธิดาเมืองช้างสุรินทร์ประจำปี 2554) พิธีเซ่นไหว้พระภูมิเจ้าที่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีบวงสรวงองค์ปราสาท การเดินแบบแฟชั่นผ้าไหมพื้นเมืองสุรินทร์ ศึกยอดมวยไทยและชมภาพยนตร์ตลอดคืน  สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการปกครองอำเภอสังขะ โทร. 0 4457  1247   องค์การบริหารส่วนตำบลดม โทร. 0 4414 8266  และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ โทร. 0  4451 447 -8  E-mail : tatsurin@tat.or.th

4 เมษายน 2555

สุรินทร์ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง ในพื้นที่ 5 อำเภอ 42 ตำบล 551 หมู่บ้าน ราษฏรเดือดร้อนกว่า 3 แสนคน


นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้ออกประกาศจังหวัดสุรินทร์ ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ภัยแล้ง ในเขตจังหวัดสุรินทร์  รวม 5 อำเภอ  42 ตำบล 551 หมู่บ้าน  ได้แก่ อำเภอโนนนารายณ์  อำเภอสังขะ  อำเภอกาบเชิง  อำเภอปราสาท  และอำเภอบัวเชด

โดยในพื้นที่อำเภอโนนนารายณ์ ได้เกิดเหตุภัยแล้งในพื้นที่  หมู่ที่  1-8  ตำบลหนองหลวง , หมู่ที่  1-15  ตำบลโนน ,   หมู่ที่  1-13 ตำบลระเวียง , หมู่ที่  1-12 ตำบลคำผง  และหมู่ที่  1-20  ตำบลหนองเทพ  อำเภอ  โนนนารายณ์  จังหวัดสุรินทร์ รวมพื้นที่ประสบภัย  5  ตำบล 68 หมู่บ้าน  ราษฎรได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค   จำนวน  6,298  ครัวเรือน  35,368 คน

อำเภอสังขะเกิดภัยแล้งในพื้นที่ หมู่ที่  1-12  ตำบลดม , หมู่ที่  1-17  ตำบลสังขะ , หมู่ที่ 1-18  ตำบลตาตุม , หมู่ที่  1-21 ตำบลกระเทียม , หมู่ที่  1-14  ตำบลตาคง , หมู่ที่  1-13  ตำบลบ้านจารย์ , หมู่ที่  1-13 ตำบลเทพรักษา  อำเภอสังขะ  จังหวัดสุรินทร์  รวมพื้นที่ประสบภัย  7  ตำบล  108 หมู่บ้าน  เป็นเหตุให้ราษฎรขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร   โดยมีพื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย 4,760 ไร่  ราษฎรได้รับความเดือดร้อน  13,648 ครัวเรือน  63,554 คน

อำเภอกาบเชิงเกิดเหตุภัยแล้ง  ในพื้นที่หมู่ที่  1-20 ตำบลกาบเชิง , หมู่ที่  1-18 ตำบลด่าน  , หมู่ที่ 1-15 ตำบลแนงมุด , หมู่ที่  1-14  ตำบลโคกตะเคียน , หมู่ที่  1-10 ตำบลคูตัน  และหมู่ที่   1-9 ตำบลตะเคียน  อำเภอกาบเชิง  จังหวัดสุรินทร์  รวมพื้นที่ประสบภัยจำนวน  6  ตำบล 68  หมู่บ้าน  ราษฎรขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค   จำนวน  2,500  ครัวเรือน  43,700 คน

อำเภอปราสาท ได้เกิดเภัยแล้งในพื้นที่  หมู่ที่ 1-18 ตำบลกังแอน , หมู่ที่  1-18ตำบลโคกยาง  , หมู่ที่  1-19  ตำบลตาเบา , หมู่ที่  1-19  ตำบลโคกสะอาด , หมู่ที่  1-19 ตำบลปรือ , หมู่ที่  1-16 ตำบลหนองใหญ่ , หมู่ที่ 1-14  ตำบลบ้านพลวง , หมู่ที่  1-14  ตำบลโชคนาสาม , หมู่ที่   1-12  ตำบลไพล , หมู่ที่ 1-9  ตำบลประทัดบุ , หมู่ที่  1-11 ตำบลปราสาททนง , หมู่ที่  1-13 ตำบลทมอ , หมู่ที่  1-9 ตำบลบ้านไทร , หมู่ที่  1-8  ตำบลกันตวจระมวล , หมู่ที่  1-8  ตำบลสมุด , หมู่ที่  1-9  ตำบลตานี , หมู่ที่ 1-12  ตำบลเชื้อเพลิง  และหมู่ที่  1-11 ตำบลทุ่งมน  อำเภอปราสาท  จังหวัดสุรินทร์  รวมพื้นที่ประสบภัย จำนวน 18  ตำบล  239 หมู่บ้าน เป็นเหตุให้ราษฎรราษฎรได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค  36,737 ครัวเรือน   145,732 คน

อำเภอบัวเชดได้เกิดเหตุเกิดภัยแล้ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 1-10 ตำบลสำเภาลูน , หมู่ที่ 1-12  ตำบลสะเดา ,   หมู่ที่  1-10  ตำบลตาวัง , หมู่ที่  1-11  ตำบลอาโพน , หมู่ที่  1-12 ตำบลจรัส  และหมู่ที่  1-13  ตำบลบัวเชด  อำเภอบัวเชด  จังหวัดสุรินทร์  รวมพื้นที่ประสบภัยจำนวน  6  ตำบล 68 หมู่บ้าน  เป็นเหตุให้ราษฎรขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคและก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตร  ราษฎรได้รับความเดือดร้อน  จำนวน  9,860 ครัวเรือน  39,255  คน

20 มีนาคม 2555

ขอเชิญเที่ยวงานประเพณีขึ้นเขาสวาย เคาะระฆังพันใบ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วันที่ 23 มีนาคม 2555 ณ วนอุทยานพนมสวาย จังหวัดสุรินทร์


จังหวัดสุรินทร์ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมสำคัญ ซึ่งผูกพันกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนพื้นเมืองมาอย่างยาวนานแห่งหนึ่ง คือ “เขาสวาย” หรือ “พนมสวาย” ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาสวาย ในพื้นที่ตำบลนาบัวและตำบลสวาย อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 22 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเนินเขาเตี้ย ๆ ติดต่อกัน รอง ๆ บริเวณ มีเวิ้งน้ำใหญ่ ทิวทัศน์สวยงาม มีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด มียอดเขาที่สำคัญ 3 ยอด ยอดที่ 1 เรียกว่า ยอดเขาชาย(พนมเปร๊าะ) สูง 220 เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสุรินทรทรมงคลและระฆังมหากุศล 1,080 ใบ จาก 1,080 วัด ยอดที่ 2 เรียกว่ายอดเขาหญิง(พนมสรัย) สูง 210 เมตร เป็นที่ตั้งของวัดพนมศิลาราม ยอดเขาที่ 3 เรียกว่า เขาคอก (พนมกรอล) สูง 150 เมตร เป็นที่ตั้งศาลาอัฐฐะมุข ซึ่งเป็นอนุสรณ์ฉลองครบรอบ 200 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เพื่อประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง เขาสวาย มีความสำคัญต่อชาวสุรินทร์มาตั้งแต่โบราณกาล กล่าวคือ เมื่อถึงเดือนห้าของทุกปีบรรพบุรุษชาวสุรินทร์จะถือว่าเป็นงานประเพณีหยุดงาน ซึ่งการหยุดงานจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ตอมตู๊จ ซึ่งหมายถึงวันหยุดงานเหล็ก จะมีการหยุดงาน ทำงานเพียง 3 วัน นับตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 3 ค่ำ เดือนห้า ช่วงที่ 2 ช่วงตอมธม หมายถึง วันหยุดใหญ่ จะมีการหยุดทำงานทั้งหมด 7 วัน นับแต่วันแรม 1 ค่ำ ถึงวันแรม 7 ค่ำ เดือนห้า ซึ่งประเพณีการหยุดงานตามช่วงระยะเวลาดังกล่าว ชาวสุรินทร์มีความเชื่อว่า ต้องหยุดการทำงานทั้งหมด หากใครไม่หยุดทำงานก็จะมีอันเป็นไปและในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี ชาวจังหัดสุรินทร์จะร่วมมือร่วมใจจัดงานบุญประเพณีขึ้นเขาสวายขึ้น ประกอบกับวันดังกล่าวถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ 
          ดังนั้น ชาวสุรินทร์จะหยุดงานและพากันเดินทางไปขึ้นเขาสวายเพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลชีวิตต่อตนเองและครอบครัว สิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาสวายประกอบด้วย พระใหญ่หรือพระพุทธสิรนทรมงคล รอยพระพุทธบาทจำลอง อัฐิหลวงปู่ดุล อตุโล พระพุทธรูปองค์ดำ หลวงปู่สวน ปราสาทหินพนมสวาย ศาลเจ้าแม่กวนอิม เตาหินศักดิ์สิทธิ์ และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาปี 2551 จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราช โดยได้ดำเนินการจัดหาระฆัง จำนวน 1,080 ใบ จากวัดทุกวัดในจังหวัดสุรินทร์ และวัดสำคัญอีก 10 วัด นำไปติดตั้งบริเวณทางขึ้นบันไดไปนมัสการพระพุทธสุรินทรมงคล และบริเวณรอบ ๆ สถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ดุล อตุโล ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ สวยงาม ปรากฏต่อสื่อสาธาณะอย่างกว้างขวาง และคาดว่าน่าจะเป็นจำนวนมากที่สุดในโลกอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้เคาะระฆังเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

8 มีนาคม 2555

ขอเชิญร่วมงานกิจกรรมวันช้างไทยและร่วมเลี้ยงอาหารช้าง


นายธงชัย มุ่งเจริญพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า  คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 กำหนดให้วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็น “วันช้างไทย” เพื่อ เป็นการยกย่องให้เกียรติว่าช้างเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่อดีตถึง ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นช้างในธงชาติ หรือช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หรือช้างเป็นสัตว์คู่พระบารมีพระมหากษัตริย์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์จึงได้จัดงานวันช้างไทยขึ้นเป็นประจำทุกปี และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์  นับเป็นองค์กรหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการดูแลและอนุรักษ์ช้างสุรินทร์ รวมทั้งดำเนินการแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนผ่านโครงการ “นำช้างคืนถิ่นเพื่อพัฒนาสุรินทร์บ้านเกิด” เนื่องจากตระหนักว่าช้างเป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่งของประเทศ เป็นสัตว์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหัดสุรินทร์และประเทศไทยมานานกว่า 40 ปี สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลเข้ามาในประเทศสร้างเม็ดเงินให้แก่ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยตลอดมา
ดังนั้น เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณให้แก่ช้างไทยและยกย่องให้เกียรติช้างไทยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ จึงได้จัดงาน “วันช้างไทย” ขึ้น เป็นประจำทุกปี โดยจัดให้ตรงกับวันที่มติคณะรัฐมนตรีกำหนดนั่นคือ วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เพื่อยกย่องช้างไทยประกาศเกียรติคุณช้างไทย เพื่อสร้างความตระหนักให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เห็นความสำคัญของช้าง เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่หมอช้าง ควาญช้าง และช้างที่เสียชีวิตไปแล้ว  รวมทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์ศูนย์คชศึกษาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย  โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ได้จัดโต๊ะเลี้ยงอาหารช้างทุกเชือกในศูนย์คชศึกษา และได้จัดกิจกรรมในวันช้างไทย  เช่น  พิธีเซ่นไหว้ศาลปะกำ   พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่หมอช้าง ควาญช้าง และช้างที่เสียชีวิตไปแล้ว กิจกรรมประกาศเกียรติคุณช้างไทย/เลี้ยงอาหารช้าง  กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ของควาญช้าง/ประกาศเกียรติคุณควาญช้าง/หมอช้าง   กิจกรรมการรับบริจาคเงินช่วยเหลือช้างสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์
จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจทุกท่านร่วมกิจกรรมวันช้างไทย ในวันที่ 13 มีนาคม 2555 ณ ศาลาอเนกประสงค์ศูนย์ คชศึกษา บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ท่านจะได้ทัศนศึกษาเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับช้างไทยภายในพิพิธภัณฑ์ช้าง เพลิดเพลินไปกับการแสดงของช้างแสนรู้ นั่งแท็กซี่ช้างชมทัศนียภาพภายในศูนย์คชศึกษา ดูช้างเล่นน้ำที่วังทะลุ ตลอดจนร่วมทำบุญบริจาคอาหารช้างเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต 

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...